ลงทะเบียนเข้างาน
ลงทะเบียน
บทความ
แบ่งปัน
ภาวะการดูดนิ้ว
ภาวะการดูดนิ้ว 

ภาวะการดูดนิ้วมือในเด็กพบได้ตั้งแต่ในทารก โดยทั่วไปแล้วในระยะ 2 ขวบปีแรกนั้น่ถือว่ายังเป็นช่วงปกติที่เด็กจะมีการดูดนิ้ว โดยปกติแล้วเด็กจะหยุดนิสัยการดูดนิ้วไปได้เอง เมือ่อายุ 3 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วที่เด็กได้เข้าโรงเรียน ได้พบเพื่อนรวมทั้งการดูดนิ้วนั้นไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมนอกบ้าน เด็กจะพยายามเลิกการดูดนิ้วมือไป แต่ถ้าหากว่าเด็กยังมีการดูดนิ้วต่อไปอีกจนกระทั่งอายุ 6-7 ปี การดูดนิ้วนั้นจะมีผลต่อการสบฟันและอาจมีผลต่อการเจริญเติบโตที่ไม่สมดุลย์ของขากรรไกรบนและล่าง โดยจะพบว่าบริเวณฟันหน้าบนและล่างจะไม่สบกันจะทำให้การออกเสียงบางคำเช่น ส.เสือ นั้นไม่ถูกต้อง นอกจากนี้เด็กยังไม่สามารถฉีกหรือกัดสิ่งของได้

ผู้ปกครองพบว่าบุตรหลานของท่านยังดูดนิ้วอยู่ ควรแนะนำและให้กำลังใจให้เด็กหยุดนิสัยนั้น โดยอาจให้รางวัลเป็นสิ่งกระตุ้นโดยให้เด็กค่อยๆ หยุดนิสัยการดูดนิ้วนั้นลงทีละน้อย จนในที่สุดสามารถเลิกนิสัยการดูดนิ้วนั้นได้ แต่หากว่าเด็กไม่สามารถเลิกนิสัยการดูดนิ้วได้ ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานของท่านไปพบทันตแพทย์ โดยทันตแพทย์จะพูดคุยกับเด็กก่อนและอาจต้องพิจารณา นำเครื่องมือบางอย่างมาใส่ในปากเมื่อมีฟันแท้ขึ้น และเพื่อช่วยเตือนให้เด็กเลิกดูดนิ้ว ซึ่งทันตแพทย์จะต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าเครื่องมือที่ใส่ในปากนี้เป็นเพียงสิ่งช่วยเตือนให้เด็กเลิกดูดนิ้ว ไม่ใช่เครื่องลงโทษหรือจับผิดเด็ก ภายหลังจากที่เด็กเลิดดูดนิ้วแล้ว เด็กอาจต้องได้รับการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันที่ถูกต้อง
  
 ข้อมูลจาก : http://www.bangkokhealth.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก