ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
12 วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าคลอด 

12 วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าคลอด 

เจ็บแผลผ่าคลอดแบบไหนอันตราย


อาการเจ็บแผลผ่าคลอดในช่วงพักฟื้นถือเป็นเรื่องปกติ โดยมักเกิดเวลาขยับตัว ไอ จาม หรือหัวเราะ แต่หากปวดเรื้อรังหรือมีอาการผิดปกติ เช่น แผลบวม แดง มีของเหลวซึม ไข้สูง หรือปวดท้องเฉียบพลัน ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยไว้อาจลุกลามกลายเป็นแผลผ่าคลอดอักเสบ และมีปัญหาแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้
แผลผ่าคลอดอักเสบข้างในมักเกิดจากการติดเชื้อ การที่แผลกระทบกระเทือน หรือสุขภาพร่างกายที่ฟื้นตัวยาก เช่น มีโรคประจำตัว และอาจส่งผลให้เกิดแผลภายในที่บริเวณมดลูก  อาการหลังผ่าตัดคลอดที่ควรระวัง ได้แก่ ปวดท้องรุนแรง มีไข้ น้ำคาวปลามีกลิ่นแรง หรือมีก้อนนูนผิดปกติบริเวณท้อง

12 วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าคลอด บรรเทาปวด ป้องกันแผลผ่าคลอดอักเสบ และฟื้นตัวไว

หลังการผ่าคลอด ร่างกายคุณแม่ต้องใช้เวลาและการดูแลอย่างเหมาะสมเพื่อฟื้นตัว ทั้งจากบาดแผลภายนอกและการเปลี่ยนแปลงภายใน แม้อาการเจ็บตึงหรือไม่สบายตัวในช่วงแรกอาจเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ก็สามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ลดความเสี่ยงแผลผ่าคลอดอักเสบ และทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น มาดูวิธีง่าย ๆ ที่คุณแม่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้การพักฟื้นเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยค่ะ

1. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
ในช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอด คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกแรงมากนะคะ เพราะแรงดึงหรือแรงยืดที่เกิดขึ้นอาจทำให้แผลตึง และบางครั้งเราอาจเผลอยกของหรือทำกิจกรรมที่กดทับบริเวณแผลโดยไม่รู้ตัว เมื่อแผลถูกกระตุ้นบ่อย ๆ ร่างกายจะพยายามสร้างคอลลาเจนมากขึ้นเพื่อป้องกันการฉีกขาด ซึ่งอาจทำให้แผลกลายเป็นคีลอยด์ (Keloid) หรือแผลเป็นนูนได้ คุณแม่ควรพักฟื้น ให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองเต็มที่ก่อน แล้วค่อยกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างปลอดภัยค่ะ

2. ดูแลความสะอาดของแผลผ่าคลอด
การดูแลแผลผ่าคลอดให้สะอาดอย่างถูกวิธี เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการอักเสบ บวมแดง หรือเจ็บแผลได้ โดยคุณแม่สามารถดูแลแผลได้ง่าย ๆ เพียงหลีกเลี่ยงการแกะหรือรบกวนแผล และพยายามไม่ให้แผลเปียกน้ำก่อนแพทย์นัด

3. ใช้ผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอด
การใส่ผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอดสามารถช่วยพยุงกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ยังอ่อนแรงได้ดี เวลาคุณแม่ขยับตัว ลุก เดิน หรือเปลี่ยนท่า จะรู้สึกกระชับขึ้น เคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น แผลผ่าตัดก็จะไม่ถูกดึงรั้งหรือกดทับจากผิวหนังที่ยังหย่อน ทำให้อาการเจ็บแผลบรรเทาลง นอกจากนี้ ผ้ารัดหน้าท้องยังช่วยให้คุณแม่เคลื่อนไหวได้สะดวกและมั่นใจขึ้นในช่วงพักฟื้นค่ะ
 
4. ขยับตัวอย่างช้า ๆ
ช่วงวันแรกหลังผ่าตัด แม้จะยังรู้สึกเจ็บและอ่อนแรง แต่คุณแม่สามารถเริ่มขยับตัวเล็กน้อยได้ตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การลุกนั่ง ยืน หรือเดินช้า ๆ เพราะการเคลื่อนไหวเบา ๆ เหล่านี้จะช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดี ลดโอกาสเกิดพังผืดเกาะภายในช่องท้อง และยังลดความเสี่ยงของลิ่มเลือดอุดตันหลังคลอดได้อีกด้วย

5. เปลี่ยนท่าให้นมลูกน้อย
หลังผ่าคลอด คุณแม่อาจยังลุกไม่สะดวก การให้นมในท่านอนตะแคงจึงเหมาะที่สุด จัดท่าให้ศีรษะลูกอยู่ในระดับเดียวกับเต้านม ท้องแม่แนบกับตัวลูก และให้คางลูกแนบกับเต้านม เพื่อให้ลูกงับลานหัวนมได้ดี และดูดนมได้เต็มที่

พอคุณแม่เริ่มขยับตัวได้คล่องขึ้น การให้นมในท่านั่งก็จะสะดวกมากขึ้น ท่าแนะนำคือ ท่าอุ้มลูกแบบลูกบอล (Football hold) โดยอุ้มลูกแนบตัว ให้ศีรษะอยู่ระดับเต้านม ใช้แขนรองหลังลูกไว้ แขนจะอยู่ในลักษณะคล้ายตอนอุ้มลูกบอล อาจวางหมอนรองแขนเพื่อเพิ่มความสบาย ท่านี้ช่วยให้ลูกไม่ทับแผลผ่าคลอด และคุณแม่ให้นมได้ถนัดขึ้น

ดังนั้น การเลือกท่าที่เหมาะสมในการให้นม เช่น ท่านอนตะแคง หรือ ท่าอุ้มลูกแบบฟุตบอล ไม่เพียงช่วยลดแรงกดทับแผลผ่าคลอด ทำให้คุณแม่รู้สึกสบายขึ้น แต่ยังช่วยให้ลูกน้อยได้รับน้ำนมเต็มที่ เพื่อการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและสมองของลูกน้อยอีกด้วย

6. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
ในช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวหลังผ่าคลอด การดูแลโภชนาการให้ครบ 5 หมู่คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่กลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ไข่ และถั่วต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวช่วยหลักในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และฟื้นฟูพลังงานให้ร่างกาย พร้อมทั้งควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจกระทบต่อการผลิตน้ำนมและชะลอการฟื้นตัวได้

7. หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด
ในช่วงฟื้นฟูหลังคลอด คุณแม่ควรเลือกทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ เช่น อาหารหมักดอง อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา หรือน้ำอัดลม เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ท้องอืดและรบกวนระบบย่อยอาหารได้

8. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์
คุณแม่ที่คลอดโดยการผ่าตัด ควรรอประมาณ 6 สัปดาห์ก่อนจะเริ่มมีเพศสัมพันธ์นะคะ และอย่าลืมให้แพทย์ตรวจดูแผลทั้งภายนอกและภายในก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าแผลแห้งดี ไม่มีอาการอักเสบหรือเจ็บปวด เพราะถ้าแผลยังไม่สมานดี การมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและเจ็บได้

9. พักผ่อนให้เพียงพอ
เมื่อลูกนอนหลับ คุณแม่ก็ควรรีบนอนตามไปด้วยนะคะ เพราะหลังการผ่าตัดและการให้นมลูกตอนกลางคืน ร่างกายยังคงอ่อนล้าและต้องการพักผ่อนมากเป็นพิเศษ การนอนหลับอย่างเพียงพอไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณแม่รู้สึกสดชื่น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แผลผ่าคลอดหายเร็วขึ้น และช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้เต็มที่ 

10. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มากเกินไป
หลังคลอด หลายคนอาจยังรู้สึกอ่อนล้า และไม่แน่ใจว่าจะเริ่มขยับตัวเมื่อไร โดยเฉพาะหลังผ่าคลอด แนะนำให้เริ่มเคลื่อนไหวเบา ๆ ช่วงสัปดาห์ที่ 3 เช่น ยืดเส้นหรือโยคะเบา ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เมื่อครบประมาณ 6 สัปดาห์ หากไม่มีข้อห้ามจากแพทย์ สามารถเริ่มเดินในระยะสั้น ๆ แบบช้า ๆ และสังเกตอาการตัวเอง เช่น มีเลือดออก ปวดท้อง หรือรู้สึกผิดปกติหรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหา ค่อย ๆ เพิ่มระยะทางหรือความเร็วได้ตามลำดับ แล้วจึงขยับไปทำกิจกรรมที่ใช้แรงมากขึ้น

11. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
คุณแม่ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้ว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกายอย่างเพียงพอ เพราะน้ำมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูร่างกาย โดยเฉพาะเรื่องการสมานแผลจากภายใน เมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ เซลล์ผิวหนังจะสามารถเคลื่อนตัวจากขอบแผลเข้ามาปิดแผลได้ดีขึ้น ทำให้แผลหายเร็วและเจ็บน้อยลง ในทางกลับกัน หากคุณแม่ดื่มน้ำน้อยเกินไป ร่างกายจะขาดความชุ่มชื้น ผิวแห้ง เซลล์บางส่วนอาจเสื่อมสภาพ และทำให้การฟื้นตัวของแผลช้าลงค่ะ

12. ตรวจหลังการผ่าคลอด
คุณแม่ควรไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งเพื่อตรวจร่างกายในช่วง 12 สัปดาห์แรกหลังคลอด โดยควรเข้าพบครั้งแรกภายใน 3 สัปดาห์ และตรวจครั้งสุดท้ายไม่เกิน 12 สัปดาห์ การตรวจจะดูแลเรื่องแผลผ่าคลอด สุขภาพทั่วไป และวางแผนคุมกำเนิดหรือเตรียมพร้อมตั้งครรภ์ครั้งหน้า



เรียบเรียงข้อมูลจาก https://www.s-momclub.com/

 
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
พัฒนาการเด็ก อายุ 15 เดือน
พัฒนาการเด็ก อายุ 15 เดือน
อัปเดตสิทธิประโยชน์ใหม่เพื่อคุณแม่และครอบครัว ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
อัปเดตสิทธิประโยชน์ใหม่เพื่อคุณแม่และครอบครัว ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน