รู้จัก 9 อวัยวะลูกน้อยแรกเกิด
Article
แบ่งปัน
รู้จัก 9 อวัยวะลูกน้อยแรกเกิด



รู้จัก 9 อวัยวะลูกน้อยแรกเกิด 

1. ศีรษะ
ลักษณะ : ศีรษะมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับลำตัว โดยกะโหลกศีรษะประกอบไปด้วยกระดูกเป็นแผ่นๆ ต่อกัน 4 ชิ้น บริเวณดังกล่าวยังประสานกันได้ไม่หมด จะค่อย ๆ ปิดสนิทเมื่ออายุ 1 ปีครึ่งขึ้นไป ส่วนหน้าที่เปิดอยู่จึงถูกเรียกว่า กระหม่อม

การดูแล : ระมัดระวังไม่ให้ศีรษะกระทบกระเทือน หรือไปกดทับบริเวณกระหม่อม เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสมองของลูก ทั้งนี้รูปร่างศีรษะจะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามโครงสร้างพันธุกรรมเมื่อลูกโตขึ้นค่ะ

2. หนังตา

ลักษณะ : บริเวณเปลือกตาอาจมีลักษณะบวม ที่เกิดจากการกด เบียด ระหว่างการคลอดได้ บางครั้งอาการหนังตาบวม ก็เกิดจากการติดเชื้อได้เช่นกัน

การดูแล : หากคุณแม่ไม่แน่ใจกับอาการ ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ควรปรึกษา ขอคำแนะนำจากคุณหมอ

3. ดวงตา
ลักษณะ : ดวงตาลูกไม่สัมพันธ์กัน ลักษณะดังกล่าว เกิดจากกล้ามเนื้อตายังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ เปลือกตากางออกมาปิดบริเวณหัวตามากเกินปกติ เนื้อส่วนจมูกยื่นมากินเนื้อที่ของตาขาว ทำให้คุณแม่รู้สึกว่า ดวงตาลูกไม่สัมพันธ์กัน

การดูแล : ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติดูแลค่ะ เพราะเมื่อโตขึ้น สันจมูกโด่งขึ้น ดึงเปลือกตาออกไปก็จะเป็นปกติ

4. จมูก
ลักษณะ : มีจุดขาว ๆ ที่จมูก คล้ายสิวเสี้ยนของผู้ใหญ่ คุณหมอเรียกลักษณะนี้ว่า "มีเลีย" เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นได้ไม่มีอันตรายส่งผลใด ๆ กับลูกแรกเกิด

การดูแล : ฉะนั้น คุณแม่จึงไม่จำเป็นต้องแคะ แกะ หรือบีบออกมา เพราะถ้ามือคุณแม่ไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

5. หน้าอก
ลักษณะ : บริเวณเต้านมของลูก อาจดูตั้งเต้าและมีน้ำนมไหลออกมา ที่เป็นเช่นนี้เพราะฮอร์โมนของคุณแม่ที่ผ่านมาทางสายรกยังคงอยู่ในตัวลูก เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้กับเด็กเล็กช่วงแรกเกิดทั้ง 2 เพศค่ะ

การดูแล : ไม่ควรเค้นหรือไปบีบเต้านม เพราะเต้านมของลูกจะค่อย ๆ ยุบหายไปได้เอง 

6. เล็บมือ
ลักษณะ : เล็บมือยาวตั้งแต่แรกเกิด เป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญคือเรื่องการดูแลทำความสะอาดเล็บให้ลูก

การดูแล : ช่วยลูกด้วยการตัดเล็บ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ให้เล็บของลูกข่วนตัวเองจนเป็นแผลได้ 

7. สายสะดือ
ลักษณะ : คล้ายแท่งวุ้นสีขุ่น ๆ จะค่อย ๆ แห้งหลุดไปเองหลัง 1-3 สัปดาห์หลังคลอด

การดูแล : ควรทำความสะอาดโดย เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ (ตามที่คุณหมอแนะนำ) และหมั่นสังเกตความผิดปกติ เช่น มีกลิ่นหรือมีเลือดซึมออกมา อาการแบบนี้ต้องพาไปพบคุณหมอทันที 

8. มือและเท้า

ลักษณะ : มือและเท้าอาจมีสีคล้ำ (คล้ายสีม่วง) มีความเป็นไปได้ว่าเกิดจากเลือดใต้ผิวหนังยังไหลเวียนไม่ดีพอ เมื่อมีการกดทับบริเวณนั้น ๆ เช่น ระหว่างนอน จึงทำให้เกิดลักษณะดังกล่าว

การดูแล : คุณแม่อาจเปลี่ยน ท่านอน อิริยาบถของลูกบ้างก็ได้ค่ะ

9. อวัยวะเพศ
ลักษณะ : อวัยวะเพศ

เด็กผู้หญิง จะมีลักษณะบวมเล็กน้อย หรือมีมูกขาวๆ ขับออกมาจากช่องคลอด ลักษณะแบบนี้ เกิดจากฮอร์โมนของคุณแม่ที่ผ่านมาทางสายรก ซึ่งจะหายไปได้เอง ไม่ต้องกังวลหรือตกใจ 

ส่วนเด็ก ผู้ชาย จะเห็นว่าลูกอัณฑะมักลงมาอยู่ในถุงอัณฑะ บางคนลงมาเพียงข้างเดียวและจะตามลงมาอีกข้างภายหลัง เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ แรกเกิด

การดูแล : เน้นเรื่องการทำความสะอาด หลังจากที่ลูกขับถ่ายให้ถูกวิธี โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง เวลาเช็ดก้นต้องเช็ดจากหน้าไปหลังเท่านั้น เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ช่องคลอด 

ข้อมูลจาก : ข้อมูลจาก mother & care
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก