การตรวจเต้านมสำหรับสตรีตั้งครรภ์
Article
แบ่งปัน
การตรวจเต้านมสำหรับสตรีตั้งครรภ์



การตรวจเต้านมสำหรับสตรีตั้งครรภ์

1. เต้านมคลำดูขนาดของต่อมน้ำนมและเพื่อตรวจหาก้อนผิดปกติ
2.หัวนม
2.1 ขนาดเหมาะสมไม่เล็กหรือใหญ่เกินไปสำหรับลูก
2.2 ไม่แตกหรือเป็นรอยแยกเพราะอาจเกิดการอักเสบทำให้ติดเชื้อได้
2.3 ไม่แบนหรือบุ๋มลงไปเด็กจะจับหัวนมไม่ติดดูดนมไม่ได้คุณแม่สามารถตรวจได้โดยการทำWaller’s Test
Waller’s Testการทดสอบโดยการเลียนลักษณะการดูดตามธรรมชาติของเด็ก
  • วางมือบนเต้านมให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้วางราบไปกับผิวหนังนิ้วทั้งสองอยู่ชิดหัวนม
  • กดนิ้วทั้งสองเข้าหากันถ้าหัวนมแบนราบเกินไปหัวนมจะผลุบลงไประหว่างนิ้วมือทั้งสองในขณะที่บีบเข้าหากันในกรณีที่พบ
การทำ Hoffman’s Maneuver
  • โดยใช้นิ้วหัวแม่มือของมือทั้งสองแตะที่รอยต่อระหว่างหัวนมกับลานหัวนมในด้านตรงข้ามกันของหัวนมข้างนั้น
  • กดนิ้วทั้งสองและรูดแยกห่างกันไปทางข้างๆและตรงๆ
  • ควรทำซ้ำกันเช่นนี้ในทิศทางต่างกันโดยรอบสัก 2-3 ครั้งหัวนมจะตั้งขึ้นมาได้
  • ใช้นิ้วมือจับที่ขั้วหัวนมที่ยื่นออกมานั้นดึงออกตรงๆเบาๆสัก 2-3 ครั้ง
  • การทำHoffman’s Maneuver นี้ต้องใช้ระยะเวลานานมากกว่าหัวนมจะยืดยาวออกมาจนพอเพียงที่เด็กจะดูดนมได้

เต้านม

ควรดูลักษณะทั่วไปตลอดจนคลำดูขนาดของต่อมน้ำนมว่าจะมีปริมาณเพียงพอที่จะผลิตน้ำนมสำหรับเลี้ยงดูบุตรหรือไม่

ขนาดเต้านมที่ใหญ่โตอาจมีปริมาณต่อมน้ำนมเพียงเล็กน้อยที่เหลือเป็นเพียงแต่ไขมันก็ได้นอกจากนี้แล้วควรตรวจหาก้อนผิดปกติที่บริเวณนี้ด้วย

หัวนม
  • ดูขนาด
หัวนมที่เล็กเกินไปอาจทำให้เด็กดูดไม่ติดหรือใหญ่โตเกินไปจนคับปากเด็กดูดไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับการให้นมลูกได้
  • หัวนมแตกหรือเป็นรอยแยก (Cracked หรือfissure)
ต้องรักษาให้หายก่อนเด็กดูดนมเพราะจะเป็นทางนำเชื้อโรคเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบของเต้านมได้ (ควรปรึกษาแพทย์ที่ท่านฝากครรภ์)
  • หัวนมที่แบนหรือบุ๋มลงไป (flat หรือinverted nipple) 
พวกนี้เด็กจะดูดนมไม่ได้เพราะปากเด็กจะจับหัวนมไม่ติดเราอาจทดลองดูได้ว่าปากเด็กจับหัวนมได้หรือไม่โดยทำ Waller’s Test 

Waller’s Test
การวางมือบนเต้านมให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้วางราบไปกับผิวหนังและให้นิ้วทั้งสองนั้นอยู่ชิดหัวนมตรงรอยต่อระหว่างหัวนมและลานหัวนมกดนิ้วทั้งสองเข้าหากันเช่นนี้เป็นการเลียนลักษณะของการดูดนมตามธรรมชาติของเด็กถ้าหาหัวนมนี้เด็กพอจะดูดได้นิ้วมือทั้งสองข้างจะจับหัวนมไม่ติดแต่ถ้าหัวนมแบนราบเกินไปหรือบุ๋มเกินไปจนเด็กไม่สามารถจะดูดได้หัวนมจะผลุบลงไประหว่างนิ้วมือทั้งสองในขณะผู้ตรวจบีบเข้าหากัน

Hoffman’s Maneuver
ในกรณีที่มีความผิดปกติของหัวนมแม่เช่นนี้และเด็กไม่สามารถดูดได้ถ้าหากได้ตรวจพบก่อนการคลอดเป็นระยะเวลานานคือผู้ที่มาฝากครรภ์ในระยะแรกเริ่มของการตั้งครรภ์ให้แม่หัดทำHoffman’s Maneuver ด้วยตนเองทุกวันโดยใช้นิ้วหัวแม่มือของมือทั้งสองแนะที่รอยต่อระหว่างหัวนมกับลานหัวนมในด้านตรงข้ามกันของหัวนมข้างนั้นแล้วกดนิ้วทั้งสองและรูดแยกห่างกันไปทางข้างๆและตรงๆควรทำซ้ำกันเช่นนี้ในทิศทางต่างกันโดยรอบสัก 2-3 ครั้งหัวนมจะตั้งขึ้นมาได้เพราะเป็นerectile tissueจากนี้จึงใช้นิ้วมือจับที่ขั้วหัวนมที่ยื่นออกมานั้นดึงออกตรงๆเบาๆสัก 2-3 ครั้งการทำHoffman’s Maneuver นี้ต้องใช้ระยะเวลานานมากกว่าหัวนมจะยืดยาวออกมาจนพอเพียงที่เด็กจะดูดนมได้

  
ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก