เรื่องพื้นฐาน การหัดเดินของเจ้าหนูของเราค่ะ
Article
แบ่งปัน
เรื่องพื้นฐาน การหัดเดินของเจ้าหนูของเราค่ะ

เรื่องพื้นฐาน การหัดเดินของเจ้าหนูของเราค่ะ 
วันนี้เป็นเรื่องพื้นฐานอย่างเรื่องการหัดเดินของเจ้าหนูของเราค่ะ

การได้เห็นเจ้าตัวเล็กวัยเตาะแตะก้าวเดินเป็นครั้งแรก เป็นเรื่องที่ทำให้พ่อแม่ทุกคนยิ้มแก้มปริ ซึ่งการจะฝึกฝนลูกวัยนี้ให้หัดเดินนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคุณพ่อคุณแม่แน่นอนค่ะ แต่ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะค่อยๆ คลาน ลุกขึ้นยืน และก้าวเดินได้อย่างฉลุยนั้น ต้องผ่านขั้นตอนอะไรกันบ้าง จะยุ่งยากและซับซ้อนขนาดไหนต้องมีเทคนิคกันเล็กน้อย ดังนี้ค่ะ
เปิดทางให้เรียนรู้

ช่วงที่ลูกยังเดินได้ไม่คล่องนัก ถ้าลูกร้องไห้อย่าเพิ่งรีบเข้าไปอุ้มลูกหรือช่วยแกให้ยืนขึ้นทันทีนะคะ แต่ให้กำลังใจแล้วปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้หาวิธีลุกหรือนั่งด้วยตนเอง จะช่วยให้ลูกมีความมั่นในใจการยืนและเดินมากขึ้นค่ะ
จัดสถานที่ให้ปลอดภัย

มีบริเวณกว้างพอให้เกาะยืนและก้าวเดินได้โดยที่ล้มแล้วไม่เป็นอันตราย ควรเป็นห้องโล่งไม่มีของวางกระจัดกระจาย ถ้าโต๊ะเก้าอี้มีขอบหรือมุมที่แหลมคม ควรหาผ้าหรือฟองน้ำนุ่มมาบุกันไว้
สร้างแรงจูงใจ

ด้วยการหาของเล่นที่ลากแล้วเกิดเสียงหรือใส่กำไลไว้ที่ข้อเท้าลูก เมื่อลูกรู้ว่าเสียงมาจากการก้าวเดินของตัวเองและมีคนจับตามองอยู่ด้วยความสนใจ ทีนี้เจ้าตัวเล็กจะซอยเท้ายิกเลยล่ะค่ะ หรือไม่ก็หาของเล่นที่ลูกชอบมาวางล่อให้ลูกพยายามเดินเข้าหาเอง ที่สำคัญต้องมีเส้นชัยเพื่อให้เจ้าหนูมีกำลังใจก้าวเดินไปให้ถึงจุดนั้น คุณพ่อคุณแม่บางคนพอลูกเดินมาถึงก็มักขยับให้ไกลขึ้นอีก การทำเช่นนี้อาจทำให้ลูกเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะเดินได้นะคะ
เก็บรองเท้าไว้ก่อน

ช่วงที่หัดเดินยังไม่ควรให้ลูกใส่รองเท้าค่ะ เพราะการปล่อยให้ลูกเดินด้วยเท้าเปลือยเปล่า จะช่วยให้ลูกใช้นิ้วและอุ้งเท้าเหยียบทับลงไปที่พื้นซึ่งช่วยให้รับน้ำหนักได้ดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นลูกยังได้เรียนรู้ผิวสัมผัสที่แตกต่างด้วย แต่ต้องเป็นบริเวณพื้นที่สะอาด และคุณพ่อคุณแม่ดูแล้วว่าปลอดภัยนะคะ
สัมผัสโลกกว้าง

พาลูกออกไปออกกำลังในที่โล่งกว้างนอกบ้านบ้าง เพราะสถานที่ใหม่ๆ จะสร้างความตื่นเต้นและทำให้เด็กมีแรงจูงใจอยากเดินค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.mommybear.net/
ขอบคุณรูปภาพจากเวบ http://www.lovedan.com/ ค่ะ
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก