ลูกเข้าโรงเรียนแล้ว กังวลใจจังเลย
Article
แบ่งปัน
ลูกเข้าโรงเรียนแล้ว กังวลใจจังเลย


ลูกเข้าโรงเรียนแล้ว กังวลใจจังเลย 
  • สุขได้แม้ไม่ใช่ที่บ้าน

โดยธรรมชาติแล้วเด็กเล็กๆจะรู้สึกว้าเหว่ เมื่อต้องพรากจากอกแม่ไปสู่อกคุณครู ฉะนั้นต้องเปิดโอกาสให้ ลูกได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนด้วยการเล่าเรื่องให้เขาคุ้นเคย หรืออ่านนิทานที่สมมติว่าลูกเป็นตัวเอกที่ต้องเข้าไปผจยภัยในโรงเรียน แต่ในที่สุดลูกก็ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้สำเร็จด้วยวิธีการนี้ลูกจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกจนคุ้นเคยและสนุกกับการไปโรงเรียนได้ในที่สุด
  • พูดคุยความรู้สึกกับลูก
เมื่ออยู่บ้านกับลูก คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยถึงเรื่องราวประจำวันที่เกิดขึ้นกับตัวเขาไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ โกรธ เศร้าหรือหวาดกลัว ซึ่งลูกมักแสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา คุณและลูกอาจช่วยกันคาดการณ์ล่วงหน้าว่าพรุ่งนี้ที่โรงเรียนจะเป็นอย่างไร ถามถึงความรู้สึกของเขาว่า จะทำอย่างไรถ้าเพื่อนในชั้นปฏิเสธที่จะคบเขา หรือถ้าเขาต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำก็ควรมีทางเลือกให้ลูก เพราะเด็กในวัยก่อนเข้าเรียนนี้มีอารมณ์รักอิสระถ้าสอนให้รู้จักเลือกและตัดสินใจจะทำให้เขาควบคุมตัวเองได้ เช่น เมื่อคุณไม่สามารถพาลูกไปงานเลี้ยงกับคุณได้ก็ให้ลูกเลือกว่าจะเอาของฝาก หรือไว้พรุ่งนี้ค่อยพาเขาไปเที่ยวสวนสนุก แทนที่จะบังคับให้เข้านอนเดี๋ยวนั้น

คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้การเล่นเข้ามาเสริม เมื่อลูกต้องการแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับโรงเรียน เพราะลูกอาจมีอารมณ์หวาดกลัว หรือสับสนกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่โรงเรียน ดังนั้นอาจใช้เกมที่สร้างจินตนาการในการเล่น เข้ามาช่วยให้ลูกหยิบยกเรื่องราวขึ้นมาพูดได้ง่ายขึ้น ถ้าเขากำลังเล่นตุ๊กตาอยู่คนเดียว คุณก็นำตุ๊กตาอีกตัวมา ร่วมเล่น คุณแม่สวมบทเด็กขี้กลัว และให้ลูกได้เป็นคุณครูวิธีนี้จะทำให้ลูกเผยอารมณ์ทั้งด้านบวกและลบออกมา ร่วมเล่นคุณแม่สวมบทเด็กขี้กลัวและให้ลูกได้เป็นคุณครูวิธีนี้จะทำให้ลูกเผยอารมณ์ทั้งด้านบวก
  • พร้อมหรือยังที่จะให้ลูกไปโรงเรียน

การเริ่มต้นไปโรงเรียน ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับลูก เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาต้องอยู่ตามลำพัง ต้องมีส่วนในกิจกรรมกับเด็กอื่นๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อน คุณพ่อ คุณแม่ ก็คงสงสัยว่าลูกจะมีเพื่อนไหม หรือลูกจะทำอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรวิตกกังวลนัก ยิ่งปล่อยให้ลูกดูแลตัวเองได้มากเท่าใด ก็จะทำให้ลูกเชื่อมั่นในตัวเองมากเท่านั้น แทนที่จะคอยช่วยเหลือเขาอยู่ตลอดเวลา ช่วยในสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ เพราะนั่นคือวิธีที่จะช่วย
ให้ลูกเติบโตทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และปัญญาอย่างสมบูรณ์

ขอบคุณข้อมูลจากเวบ https://www.mommybear.net/
ขอบคุณรูปภาพจากเวบ http://www.dreamstime.com/
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก