"ฟันน้ำนมผุในเด็ก" เรื่องที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม!
Article
แบ่งปัน
"ฟันน้ำนมผุในเด็ก" เรื่องที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม!
"ฟันน้ำนมผุในเด็ก" เรื่องที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! "ฟันน้ำนมเดี๋ยวก็หลุด รอให้ฟันแท้ขึ้นก่อนแล้วค่อยดูแลก็ได้" เป็นความเชื่อผิด ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยมีเกี่ยวกับฟันน้ำนม ทั้งที่จริง ๆ แล้ว การดูแลฟันของลูก ควรเริ่มตั้งแต่ซี่แรก ทำให้ปัจจุบันพบเด็กเป็นโรคฟันผุมีจำนวนพุ่งสูงขึ้น บางคนอายุยังไม่ถึง 5 ขวบ แต่ฟันผุเกือบหมดปากแล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย บอกว่า อาจทำให้เกิดผลกระทบตามมาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการทางด้านร่างกาย และเด็กที่มีฟันน้ำนมผุตั้งแต่เล็ก ๆ จะมีการผุลุกลามในซี่อื่น ๆ ได้มากกว่าและมีจำนวนรอยผุเกิดใหม่สูงกว่าเด็กที่ฟันไม่ผุ เพราะฟันน้ำนมเป็นแนวนำทางการขึ้นให้กับหน่อฟันแท้ หากเกิดโรคฟันผุ มักจะมีแนวโน้มที่ฟันถาวรจะมีการผุตามไปด้วย

"ปัจจุบันพบเด็กไทยฟันผุเป็นจำนวนมาก และในบางรายพบเด็กเริ่มฟันผุตั้งแต่อายุเพียง 9 เดือน เพราะขาดการดูแล หรือดูแลผิดวิธี รวมไปถึงความเชื่อผิด ๆ ของพ่อแม่ที่ว่า เมื่อไรที่เด็กโตพอรู้เรื่องแล้วจึงค่อยสอนแปรงฟัน ทำให้ส่วนใหญ่กว่าที่เด็กจะเริ่มแปรงฟันก็ประมาณ 3-5 ขวบซึ่งไม่ทันแล้ว พอฟันผุ เด็กก็กินอาหารได้น้อย เพราะไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ดี ทำให้ได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน" ทันตแพทย์เชี่ยวชาญรายนี้เผยถึงผลกระทบ

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจทำความสะอาดฟันของลูกตั้งแต่ซี่แรกอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี เพราะฟันน้ำนมมีเคลือบฟันบางกว่าฟันแท้ถึง 2 เท่า โอกาสที่จะผุย่อมมีมากกว่า แต่ถ้าหากไม่ใส่ใจดูแลจนฟันน้ำนมผุ นอกจากสร้างปัญหาต่อการบดเคี้ยว และเกิดสภาวะติดเชื้อในช่องปากแล้ว ยังส่งผลต่อน้ำหนักและการเจริญเติบโต รวมไปถึงความยุ่งยากในแง่ของการรักษาอีกด้วย เพราะเด็กเล็กไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ทำให้บางครั้งอาจต้องรักษาภายใต้การดมยาสลบ

"คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลฟันของลูกได้ง่าย ๆ ด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ส่วนยาสีฟันควรเลือกใช้ที่ผสมฟลูออไรด์ เพราะช่วยลดโอกาสการเกิดฟันผุได้ แต่ทั้งนี้ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัยด้วย คือ 6 เดือน-2 ขวบแต้มยาสีฟันบาง ๆ บนขนแปรง 2-6 ขวบ เพิ่มปริมาณยาสีฟันเป็นขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วเขียว" ทพญ.จันทนาให้คำแนะนำ

สำหรับวิธีแปรงฟันให้ลูกน้อยอย่างถูกต้องนั้น เรามีข้อมูลดี ๆ จากโครงการรณรงค์ "ลูกรักฟันดีเริ่มที่ซี่แรก" ภายใต้การสนันสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาฝากกัน เริ่มจาก
  • แปรงฟันตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น ด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 500 ppm ในปริมาณขนาดแตะปลายขนแปรงพอชื้น
  • เลือกแปรงสีฟันที่มีลักษณะขนแปรงนุ่ม หน้าตัดเรียบ หัวเล็กที่สามารถครอบคลุมฟันประมาณ 3 ซี่ และมีด้ามจับที่ใหญ่
  • ให้เด็กอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนหรืออาจให้เด็กนอนบนตัก โดยที่สามารถแปรงฟันได้อย่างรอบด้านและใช้ผ้าสะอาดเช็ดเหงือกในบริเวณที่เหลือ เช็ดลิ้นด้วยผ้าสะอาด และเช็ดฟองที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ควรใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้จับแปรงช่วยประคองคางเด็ก ใช้นิ้วช่วยดันแก้ม และริมฝีปากออก เพื่อให้เห็นบริเวณที่จะแปรง วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้แปรงสีฟันกระแทกถูกริมฝีปาก หรือกระพุ้งแก้มของเด็ก
  • ควรแปรงให้เด็กอย่างต่อเนื่องวันละ 2-3 ครั้งจนถึงอายุประมาณ 7-8 ขวบ ซึ่งจะเป็นช่วงอายุที่เด็กมีการพัฒนาของกล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดีแล้ว หรือสังเกตจากที่เด็กผูกเชือกรองเท้าได้ด้วยตัวเอง
ข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th/Family
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก