เตือนเด็กใช้ “มือถือ” กะโหลกศีรษะยังบาง ร่างกายดูดซึมรังสีได้มากกว่า
Article
แบ่งปัน
เตือนเด็กใช้ “มือถือ” กะโหลกศีรษะยังบาง ร่างกายดูดซึมรังสีได้มากกว่า
เตือนเด็กใช้ “มือถือ” กะโหลกศีรษะยังบาง ร่างกายดูดซึมรังสีได้มากกว่า หน่วยงานเฝ้าระวังความปลอดภัยของการแผ่รังสีออสเตรเลีย ได้เตือนว่าเด็กๆ ควรใช้โทรศัพท์มือถือแต่ในการส่งข้อความ มากกว่าจะใช้พูด เพราะเหตุว่ากระหม่อมของเด็กยังบางอยู่ และสามารถดูดซึมรังสีได้มากกว่า 

สำนักป้องกันการแผ่รังสีและความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ ได้ออกมาตั้งข้อสังเกต หลังจากการศึกษาในเรื่องภัยทางสาธารณสุขของการใช้โทรศัพท์

มือถือ แสดงความเห็นว่า ควรจะส่งเสริมให้เด็กจำกัดการใช้โทรศัพท์มือถือแถบใกล้ๆ กับศีรษะ หรือไม่ก็ใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรี ไม่ก็ใช้ส่งข้อความแทน ทางศาสตราจารย์ โรงเรียนการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ให้ความเห็นว่า ร่างกายเด็กจะได้รับอันตรายจากการแผ่รังสีมากกว่า เพราะยังพัฒนาไม่เต็มที่ “กะโหลกศีรษะก็ยังบางอยู่ สมองของเด็กจึงอาจดูดซึมรังสีได้มากกว่า เมื่อเวลาพูดโทรศัพท์ มากกว่าผู้ใหญ่”

ข้อมูลจาก : http://www.108health.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก