ลงทะเบียนเข้างาน
ลงทะเบียน
บทความ
แบ่งปัน
แก้ปัญหาลูกถูกสปอยด้วยวิธี "หูทวนลม"/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
แก้ปัญหาลูกถูกสปอยด้วยวิธี "หูทวนลม"/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ใครเป็นพ่อแม่ที่ชอบสปอยลูกยกมือขึ้น…!!!

รับประกันไม่มีใครยอมรับหรอกค่ะ แต่ปัจจุบันพ่อแม่จำพวกนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจมากค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ครอบครัวชนชั้นกลาง หรือครอบครัวที่มีอันจะกินทั้งหลายมีโอกาสเป็นมากกว่าซะด้วย

สาเหตุหลัก ๆ ก็มาจากพ่อแม่ยุคนี้มีค่านิยมที่ต้องการมีลูกคนเดียว หรืออย่างมากก็ไม่เกินสองคน ยิ่งแนวโน้มหนุ่มสาวแต่งงานกันเมื่ออายุมากขึ้นเพิ่มจำนวนมากเท่าไร โอกาสที่จะมีลูกยากก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มพ่อแม่ที่พร้อมจะสปอยลูกทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ เพราะมีเป้าหมายจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งมีลูกยากก็จะยิ่งกลายเป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนนั่นแหละ

พ่อแม่จำพวกนี้มักจะตอบสนองลูกในทุกเรื่อง ตั้งแต่แรกเกิดก็จะประคบประหงม ไม่ยอมให้ลูกร้องไห้ ไม่ยอมให้หิว บางทีลูกยังไม่ทันได้รู้สึกหิวด้วยซ้ำ บางคนหนักถึงขั้นลูกเกิดมาไม่เคยรู้สึกหิวเลยก็มี เพราะจะเตรียมให้ลูกไม่ได้ขาด ลูกอยากได้สิ่งใดก็ตามใจลูก ไม่อยากให้ลูกเสียใจหรือร้องไห้ อยากได้อะไรก็มักจะได้ เรียกว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ไม่ยอมให้ลูกเจ็บตัวเด็ดขาด 

เมื่อเด็กเรียนรู้ว่าทุกคนรักเขา และให้ความสำคัญกับเขา เขาก็เรียนรู้วิธีต่างๆ ได้มากมายกว่าที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ คิด บางครั้งเขาเรียนรู้ว่าถ้าลงไปนอนดิ้นกับพื้นเมื่อไร พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในบ้านจะต้องตอบสนองสิ่งที่เขาต้องการ หรือพ่อแม่บางคนจะทนไม่ได้เมื่อเห็นลูกร้องไห้ กลัวลูกไม่รัก หรือต้องการตัดความรำคาญก็ตอบสนองทันที เด็กก็ยิ่งจดจำวิธีการเหล่านั้น

และโปรดเชื่อเถอะว่าเขาฉลาดพอที่จะรู้ว่าจะต้องทำอะไรอย่างไรกับใครถึงจะได้สิ่งที่ตนเองต้องการ

ยิ่งถ้าพ่อแม่ต้องทำงานนอกบ้านทั้งสองคน ส่วนมากมักจะรู้สึกผิด ก็เลยไม่ค่อยปฏิเสธลูก ลูกอยากได้อะไรก็ยอม ซึ่งบ่อยครั้งการตอบสนองจะออกมาในรูปของวัตถุมากกว่า โดยหารู้ไม่ว่า ได้กลายเป็นการสะสมบ่มเพาะนิสัยที่ไม่ดีหลายๆ อย่างให้เกิดขึ้นในตัวลูก

จะทำอย่างไรเมื่อพ่อแม่สปอยลูกไปแล้ว ?

1. ต้องยอมรับว่าตัวเองผิดพลาดและพร้อมที่จะแก้ไขซะก่อน เพราะต้องผ่านขั้นตอนความใจแข็ง และต้องไม่ใจอ่อนง่ายๆ เหมือนที่ผ่านๆ มา ที่สำคัญต้องเข้าใจด้วยว่า ลูกก็ต้องปรับตัวจากพฤติกรรมของพ่อแม่ที่ตามใจเขามาตลอด อยู่ๆ ก็เกิดไม่ตามใจ เขาก็จะมีวิธีสารพัดที่จะต้องงัดมาใช้กับพ่อแม่ นั่นหมายความว่าคุณต้องพร้อมรับมือและไม่ใจอ่อน โดยมีคาถาเพื่อปรับพฤติกรรมของลูกน้อยเป็นเดิมพัน

2. เมื่อยอมรับแล้วต้องทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่ในบ้านให้เห็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย จะทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพราะทุกคนล้วนรักลูกหลานของตัวเองทั้งสิ้น ต้องพยายามสร้างความรับรู้ และความเข้าใจกับคนในครอบครัว ที่มีส่วนต่อการดูแลลูกของเรา เพราะความรักของผู้ใหญ่ในบ้าน บางครั้งก็ทำร้ายลูกหลานของเราถ้ารักไม่ถูกทาง และก็ต้องชี้ให้เห็นถึงผลเสียที่ตามมาว่าจะทำให้ลูกของเราเป็นอย่างไร กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรก็ได้ เวลาต้องออกไปสู่สังคม เมื่อเขาไม่ได้อะไรก็จะโกรธ ก้าวร้าว และอาจไม่สามารถเข้ากับสังคมได้ กลายเป็นคนไม่ยอมคน ก็จะกลายเป็นเด็กมีปัญหา และเป็นผู้ใหญ่มีปัญหาในที่สุด

3. เด็กทุกคนจะรู้ว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของพ่อแม่ ยิ่งถ้าเป็นครอบครัวที่มีความพร้อมเขายิ่งสามารถรับรู้ได้ การแสดงออกถึงความรักที่มีต่อลูกเป็นเรื่องที่ควรกระทำและจำเป็น ควรให้ลูกได้รับรู้ว่าพ่อแม่รักลูกเสมอ แต่ก็ต้องอธิบายด้วยว่าบางเรื่องก็ต้องมีเหตุผลมากกว่าจะยอมลูกเพราะความรักเพียงอย่างเดียว ลูกจำเป็นที่จะต้องถูกปฏิเสธในบางเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่เหมาะสม โดยมีพ่อแม่คอยอธิบาย และลูกก็ไม่จำเป็นต้องได้ทุกเรื่องที่อยากได้ ทุกคนสามารถพบกับความผิดหวังได้

4. ถ้าหากว่าลูกของเราเข้าข่ายเอาแต่ใจตัวเอง หรือถูกสปอยมาตั้งแต่เล็ก และคุณกำลังหาทางจัดการปัญหานี้อยู่ในหลากหลายวิธีแต่ยังไม่ได้ผล บางทีอาจต้องลองวิธีนี้ที่อาจได้ผลก็คือ “หูทวนลม” บางสถานการณ์พ่อแม่ต้องทำเป็นไม่สนใจ ทำหูทวนลมซะ ก็จะช่วยสร้างนิสัยที่ดีให้กับลูกได้ เช่น ถ้าลูกแสดงอาการอาละวาด หรือนอนดิ้นกับพื้น เพื่อต้องการได้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเพื่อต้องการเรียกร้องความสนใจ แม้ใจจริงพ่อแม่อยากจะให้ลูกขนาดไหน ก็ต้องใจแข็ง และบอกกับตัวเองว่าต้องผ่านไปให้ได้ เพื่อสร้างนิสัยที่ดีให้กับลูกของเรา

ผลลัพธ์ของผู้ใหญ่ที่ถูกสปอยมาตั้งแต่เด็กจนกลายเป็นปัญหามากมายในสังคมมีให้เห็นในหลายกรณี เราคงไม่อยากให้ลูกของเราเป็นผลผลิตของความสปอยของเรามิใช่หรือ 

ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเลี้ยงลูกด้วยความรักอย่างถูกวิธีค่ะ
ข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th/Family/
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก