ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
การเตรียมความพร้อมเด็กก่อนเข้าโรงเรียน-สสส.
การเตรียมความพร้อมเด็กก่อนเข้าโรงเรียน-สสส. การประเมินความพร้อมในการไปโรงเรียนควรประเมินความพร้อมของเด็ก ความพร้อมของโรงเรียน ความพร้อมของครอบครัวและสังคมไปพร้อมๆ กันอย่างเป็นองค์รวม ไม่ควรใช้วิธีตั้งเกณฑ์เพื่อที่จะคัดเด็กที่ไม่เข้าเกณฑ์ออก ควรจะเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาหากเด็กคนใดมีจุดอ่อนที่ใดให้จัดการศึกษาให้เหมาะกับพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของสมองใหม่ให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้ในช่วงปฐมวัยอย่างมาก การเรียนรู้มิได้เริ่มต้นเมื่อก้าวเข้าสู่โรงเรียนเท่านั้นสามารถเริ่มได้ ตั้งแต่เกิด นอกจากนั้นการใช้แบบทดสอบความพร้อมการเข้าโรงเรียน ปัจจุบันเชื่อว่าไม่เหมาะสมนักเนื่องจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น

มีคำกล่าวว่า "เด็กทุกคนควรจะเข้าโรงเรียนเมื่อพร้อม" ซึ่งความพร้อมที่ควรประเมินประกอบด้วย 3 ด้านหลักดังนี้ 

1.ประเมินความพร้อมของเด็ก ดังนี้-สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสมบูรณ์ การเจริญเติบโต พัฒนาการ
  • พัฒนาการทางอารมณ์และสังคม รวมถึงการรู้จักรอคอย การมีปฏิสัมพันธ์ ความสามารถที่จะแสดงความต้องการและอารมณ์ของตน
  • ความอยากที่จะเรียนรู้อยากรู้อยากเห็นพื้นอารมณ์ วัฒนธรรม
  • พัฒนาการทางภาษา ทักษะการฟังเข้าใจคำสั่ง การพูด การใช้คำศัพท์ การวาดรูป
  • ความรู้และทักษะทางสติปัญญาตามวัย
  • เด็กสามารถช่วยตัวเอง เช่น สวมเสื้อผ้า ขับถ่ายและทำความสะอาดด้วยตัวเอง ล้างมือ รับประทานอาหารเองได้
  • เด็กสามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้และรู้จักแบ่งปันให้แก่เด็กคนอื่น
  • เด็กสามารถทำงานคนเดียวได้บ้าง-เด็กสามารถเล่นเป็นกลุ่มกับเด็กอื่น
  • เด็กสามารถทนต่อความเครียดและความล้มเหลวได้บ้าง
  • เด็กสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ใหญ่
  • เด็กที่สามารถสื่อสารได้ดีเมื่อเรียนหนังสือจะมีความเครียดน้อย เนื่องจากสามารถเข้าใจบทเรียนและสามารถเข้ากับเพื่อน ดังนั้นหากเด็กมีการพัฒนาเรื่องภาษาและการเข้าสังคมที่เหมาะสมในชั้นอนุบาล จะทำให้เด็กมีความมั่นใจและสามารถปรับตัวได้ง่าย

2.ประเมินความพร้อมของโรงเรียนดังนี้-ศักยภาพในการเชื่อมโยงการส่งผ่านระหว่างบ้านสู่โรงเรียน และเชื่อมประสานทางวัฒนธรรม
  • ความสามารถในการเชื่อมประสานโปรแกรมการศึกษาในแต่ละช่วง
  • สามารถนำเสนอจุดแข็งของครูผู้สอนได้-มีความรับผิดและรับชอบต่อผลที่เกิดขึ้น

3.ประเมินความพร้อมของครอบครัวดังนี้
  • แม่ควรได้รับการดูแลก่อนตั้งครรภ์ระหว่างฝากครรภ์ และเด็กควรได้รับการดูดกควรไดรบการดูแลทางสุขภาพอย่างเหมาะสมตลอดจนโภชนาการ กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จะส่งผลให้เด็กมีความถึงพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ
  • เด็กควรได้รับการดูแลในช่วงก่อนเข้าโรงเรียนอย่างเหมาะสม
  • ผู้ปกครองควรเป็นครูคนแรกของเด็กดูแลและอุทิศตัว อบรมเด็กอย่างเหมาะสม และควรได้รับการส่งเสริม จากฝ่ายการศึกษาในการให้ความรู้ควบคู่กันไป

ความต้องการพื้นฐานสำหรับเตรียม ความพร้อมในการเข้าโรงเรียนของเด็ก ตามหลักสากล มีดังนี้ 
  1. เด็กต้องการการดูแลทางโภชนาการที่เหมาะสม ความมั่นคงทางเศรษฐานะที่จะดูแล ปัจจัย 4 ที่เป็นพื้นฐานที่เพียงพอไม่ว่าจะเป็นยา เครื่องนุ่งห่ม อาหาร และที่อยู่อาศัย
  2. เด็กควรได้รับการดูแลแบบมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีเริ่มตั้งแต่ในครอบครัวและในสังคมโดยรอบรวมถึงความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อน
  3. เด็กควรได้รับโอกาสพัฒนาทักษะส่วนตัวอย่างเต็มศักยภาพ และหากมีความเบี่ยงเบนทางพัฒนาการและพฤติกรรมควรได้รับการแก้ไขตั้งแต่แรกเริ่ม
  4. เด็กควรได้รับการปกป้องจากการถูกทำร้าย ถูกทอดทิ้ง และการแบ่งแยกชนชาติและสีผิว
  5. เด็กควรมีสิทธิได้รับการปกป้องและเยียวยาจากความรุนแรงและความไม่เหมาะสมจากสิ่งแวดล้อมในทุกรูปแบบ

ข้อมูลจาก : http://www.vcharkarn.com/varticle/42685
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ