ลงทะเบียนเข้างาน
e-mail
Mobile number

บทความ
แบ่งปัน
สายสัมพันธ์แม่ลูก... พื้นฐานแห่งชีวิต โดย : รศ.พญ.ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์

สายสัมพันธ์แม่ลูก... พื้นฐานแห่งชีวิต โดย : รศ.พญ.ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์ ความรักความอบอุ่นสามารถควบคุมสถานการณ์เมื่อเกิดความเครียดได้ แม่" คำสั้นๆ แต่ความหมายนั้นยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับลูก เพราะสิ่งกระตุ้นสำคัญที่สุดสำหรับลูกแรกเกิดก็คือ ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากความรักที่แม่มีต่อลูก...

จากการที่ลูกจ้องตา หรือดูสีหน้า อารมณ์ของแม่ ได้ยินเสียงพูดคุย เสียงร้องเพลง การสัมผัสโอบกอด อุ้ม-กล่อมอย่างอ่อนโยนอบอุ่น สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดประจุไฟฟ้าเล็กๆ ขึ้นในเซลล์สมองส่งข้อมูลไปตามเครือข่ายในสมอง และทำให้ประจุไฟฟ้าครบวงจร เซลล์สมองเกิดการเชื่อมโยงกันเพื่อทำหน้าที่สำคัญต่างๆ ดังนั้น การสัมผัสอันอ่อนโยนนอกจากจะเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้สมองเด็กสร้างฮอร์โมนที่สำคัญและสร้างเส้นใยประสาทขึ้นมากมาย ซึ่งล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กเจริญเติบโต มีพัฒนาการทางสมอง และเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการจะพัฒนาประสิทธิภาพของสมองต่อไปในอนาคต


เด็กที่มีสัมพันธภาพที่ดี มีความผูกพันกับแม่ จะเป็นเด็กที่สามารถปรับตัวได้กับความเครียดในชีวิตประจำวันทั้งในปัจจุบันและอนาคต เด็กที่อยู่กับครอบครัวที่มีความรักความอบอุ่นจะสามารถควบคุมสถานการณ์เมื่อเกิดความเครียดได้ ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านยังเชื่อว่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่และได้รับการสัมผัสตั้งแต่แรกเกิดจะฉลาด มีไอคิวสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับนมแม่ หรือขาดการกระตุ้น ขาดการสัมผัสตั้งแต่แรกเกิด 

การเล่นระหว่างแม่กับลูกก็เป็นสิ่งสำคัญในการกระตุ้นพัฒนาการของลูกเช่นกัน ในช่วงแรกเกิดถึง 1 ปีนั้น คุณแม่ควรเล่นกับเขา มองหน้าเขา สบตาเขา หรือใช้กระจกเงาที่หุ้มขอบไว้เรียบร้อยปลอดภัยเพื่อให้เขาได้เห็นหน้าของตัวเอง เพราะสมองเด็กแรกเกิดเริ่มรับรู้หน้าตาคนได้ จึงเป็นการดีถ้าจะช่วยกระตุ้นเขาด้วยกิจกรรมดังกล่าว

จากนั้นในช่วงวัย 4-7 เดือน เด็กจะพยายามเอื้อมมือหยิบของ พยายามเรียนรู้ถึงผลของการกระทำ ฉะนั้น ควรใช้ของเล่นที่มีเสียง เคลื่อนไหวได้ อย่าไปดุเวลาเขาเขย่าของเล่นหรือโยนของเล่นลงพื้น เพราะนั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เขาเรียนรู้ได้เช่นกัน

ในช่วง 8-12 เดือน เด็กวัยนี้จะเริ่มเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างท่าทางกับความหมาย เช่น สั่นศีรษะ แปลว่าไม่ เริ่มที่จะบ๊ายบาย ธุจ้า ซึ่งคุณแม่ก็สามารถช่วยกระตุ้นได้โดยพูดคุยกับเขา อ่านนิทานให้เขาฟังเพื่อเพิ่มทักษะทางภาษา อาจเล่นจ๊ะเอ๋ ซ่อนหา หรือซ่อนของเล่นให้เขาหา เพื่อเป็นการฝึกให้เด็กสังเกต และยังทำให้เขาสนุกสนาน เพลิดเพลิน ร่าเริง อารมณ์ดี และได้รับความรักความอบอุ่นจากแม่ด้วย

จะเห็นได้ว่าการสัมผัสของแม่ที่แสดงความรัก ความอบอุ่น ความปรารถนาดีต่อลูกนั้น เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะเสริมสร้างทั้ง IQ และ EQ ให้แก่ลูกได้อย่างดีทีเดียว ฉะนั้นหวังว่าคุณแม่ทุกๆ คนจะเห็นถึงความสำคัญนี้และมีเวลาให้แก่ลูกๆ มากขึ้น เด็กในวัยแรกเกิดถึง 6 ปีนี้ต้องการความใกล้ชิดของพ่อแม่เป็นอย่างมาก หากต้องการให้ลูกฉลาดและมีพัฒนาการที่ดี อย่าละเลยที่จะเล่นกับเขาเมื่อมีเวลา อย่าคิดว่าลูกยังเด็กเล็กนักเกินกว่าจะรู้อะไร เปล่าเลย...เขากำลังศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวอยู่ต่างหาก และนี่แหละคือเวลาทองที่พ่อแม่จะสามารถส่งเสริมให้เข้าเรียนรู้ได้ดีที่สุด

ข้อมูลจาก : http://www.108health.com/
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก