ลงทะเบียนเข้างาน
e-mail
Mobile number

บทความ
แบ่งปัน
สอนหนูรู้จัก... “พื้นที่ต้องห้าม”

สอนหนูรู้จัก... “พื้นที่ต้องห้าม” เมื่อเข้าสู่วัยเตาะแตะ ลูกจะเริ่มรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้โลกรอบตัว แต่เรื่องในตัวก็มองข้ามไม่ได้เด็ดขาดค่ะโดยเฉพาะอวัยวะบางจุดของร่างกาย ซึ่งต้องสอนให้เขารู้ว่า “นี่คือพื้นที่ส่วนตัวที่ลูกต้องดูแลและห้ามใครแตะต้อง” พื้นที่ส่วนตัวที่พูดถึงก็คือบางส่วนของร่างกายค่ะ โดยเฉพาะอวัยวะเพศ ก้น และหน้าอก ซึ่งเราจะไม่เปิดเผยให้ใครเห็นหรือสัมผัส แม้ลูกยังเล็ก ยังไม่ประสาหรือไม่รู้สึกอาย แต่การสอนให้ลูกได้รู้จักพื้นที่ของร่างกายเหล่านี้ ก็จะช่วยให้เราซึมซับเคยชินกับการดูแลปกปิด และระมัดระวัง อันเป็นเกราะกันภัยที่ดีมิให้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ในอนาคตได้ค่ะ 
พ่อแม่หลายคนคิดว่าลูกวัยเตาะแตะยังเล็กเกินกว่าที่จะสอนเรื่องเหล่านี้ ด้วยคิดว่าลูกยังเล็กเกินเข้าใจหรืออาย แต่ที่จริงแล้ว พ่อแม่คือบุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้ลูกได้รู้จักว่าอะไรควร อะไรไม่ควร จากการสอนให้ลูกเห็นถึงความสำคัญและเข้าใจตั้งแต่วัยนี้ในรูปแบบง่ายๆ เช่นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของลูกค่ะ 

เริ่มต้นตอนอาบน้ำ 

เวลาอาบน้ำให้ลูก อย่าคิดเพียงแค่ได้อาบน้ำนะคะ เด็กวัยนี้สามารถเรียนรู้คำศัพท์ได้แล้ว จึงควรถือโอกาสสอนลูกให้รู้จักกับอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเสียเลย เช่น แขน ขา มือ รวมถึงพื้นที่ส่วนตัวนั้นๆ โดยใช้คำง่ายๆ เช่น จู๋ จิ๋ม ก้น นม หรืออาจจะตั้งชื่อเฉาะที่รู้กันระหว่างคุณกับลูกก็ได้ ทำให้เป็นธรรมดาเหมือนอวัยวะอื่นๆ และสอนเนียนๆ ไปกับเรื่องการทำความสะอาดตามส่วนต่างๆ ของร่างกายทั้งหมด 

How to 

สอนให้ลูกรู้จักความสำคัญของบริเวณนี้อีกนิดนึงค่ะโดยไม่เน้นเรื่องเพศ ให้เน้นที่เรื่องของความสะอาดและสุขอนามัยแทน เช่น “ตรงจู๋/จิ๋ม เดี๋ยวแม่ถูสบู่ให้นะคะหนูต้องล้างให้สะอาดมากกว่าส่วนอื่น เสร็จแล้วก็เช็ดให้แห้งด้วย” 

ถ้าลูกโตขึ้นมาหน่อยสัก 3 ขวบขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชาย ยังคงเน้นเรื่องความสะอาดเหมือนเดิมแล้วบอกเพิ่มว่า ตรงนั้นคือพื้นที่ส่วนตัวต้องไม่ให้ใครเห็นใครจะมาขอดูหรือสัมผัสไม่ได้ “ทำความสะอาดเสร็จแล้วต้องใส่กางเกงในปิดไว้ด้วยนะคะ จะได้ไม่มีใครเห็น” 

ส่วนบ้านไหนที่อาบน้ำพร้อมกันพ่อแม่ลูก พอลูกอายุ 3 ขวบครึ่ง คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ชั้นในอาบน้ำกับลูกนะคะเพราะลูกเริ่มโตแล้ว และเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น พ่อแม่ต้องแสดงให้เขาเห็นว่าพ่อแม่ก็มีพื้นที่ส่วนตัวที่ต้องปกปิดไว้เช่นกัน และที่ดีที่สุดถึงวัยนี้เลิกอาบน้ำกับลูกได้ยิ่งดีค่ะ 

เรียนรู้ต่อที่โรงเรียน 

หนูน้อยบางคนเริ่มไปโรงเรียนแล้วค่ะ สิ่งทีเราจะสอนลูกได้ก็คือ ถ้าเจ้าตัวเล็กยังไม่สามารถจัดการกับตัวเองเวลาเข้าห้องน้ำได้คุณอาจจะต้องบอกลูกค่ะว่า “เวลาหนูจะเข้าห้องน้ำให้หนูไปบอกคุณครูคนนี้นะคะ ให้คุณครูพาไป และช่วยทำความสะอาดให้ค่ะ” ซึ่งก็ไม่ใช่คุณครูทุกคนที่จะพาหนูเข้าห้องน้ำได้นะคะ ควรเป็นคุณครูที่ดูแลลูกเราอยู่เป็นประจำค่ะ 

แล้วถ้ามีคุณครูผู้ชายมาจับหรือมาสัมผัส บริเวณพื้นที่ต้องห้ามลูกต้องรีบมาบอกพ่อแม่ทันทีค่ะ ซึ่งเด็กในวัยเตาะแตะอาจจะยังไม่ค่อยรู้เรื่องหรือเข้าใจสักเท่าไร แต่เราสอนลูกไว้ก่อนได้ค่ะ 

หาแนวร่วมจากญาติพี่น้อง 

นอกจากพ่อกับแม่แล้ว ควรสอนให้ลูกรู้ว่า ไม่ใช่ใครก็ได้ที่ลูกจะเข้าไปกอดรัดนัวเนียด้วยได้ เพราะเด็กบางคนจะมีนิสัยขี้อ้อนชอบนัวเนีย ชอบเล่นกอดรัดฟัดเหวี่ยง เราจะต้องสอนให้ลูกรู้ว่าหนุจะกอดรัด จะนัวเนียได้เฉพาะพ่อแม่เท่านั้น ซึ่งข้อนี้ต้องสงสัยความร่วมมือจากญาติพี่น้องด้วยค่ะ 

How to 

อาจจะบอกกับญาติพี่น้องว่า เราต้องการจะสอนลูกให้รู้จักพื้นที่ส่วนตัวของเขา และต้องการให้ลูกเรียนรู้จะได้รู้จักระวังตัว มิเช่นนั้น ถ้าใครๆ สามารถกอดรัด นัวเนีย กับลูกได้ทุกคน เขาจะเคยชิน เวลาที่มีคนมาคิดไม่ดี หรือมาแตะต้องในจุดที่ไม่ควรแตะ เขาจะไม่รู้ ไม่คิดอะไรค่ะซึ่งคุณต้องดูความเหมาะสมด้วยค่ะ ว่าจะให้เขาสวมกอดเพื่อทักทายได้ขนาดไหน 

สำคัญนะ...เมื่ออยู่นอกบ้าน 

เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนคงเคยทำแบบนี้แน่นอน คือเวลาเจ้าหนูเกิดปวดฉี่ขึ้นมากะทันหันเวลาอยู่นอกบ้าน อย่างเช่นสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ หรืออยู่ในกลุ่มเพื่อนสนิทของพ่อแม่ พ่อแม่อาจถอดกางเกงลูกออกในทันที ต่อหน้าสาธารณะชน จริงอยู่ค่ะว่าเจ้าตัวเล็กยังไม่อายหรอก แต่การกระทำแบบนี้จะขัดแย้งกับสิ่งที่คุรพยายามสอนลูกข้างต้น เพราะเราบอกลูกว่าส่วนนี้อย่าให้ใครเห็นนะ แต่เวลารีบก็ให้ลูกถอดกางเกงตรงนั้นเลย บางบ้านก็ยึดแถวโคนต้นไม้ หรือข้างทางเป็นฐานที่มั่นกันซะเลย ไม่พาไปเข้าห้องน้ำให้มิดชิดเรียบร้อย 

How to

ถ้ากลับไปเข้าห้องน้ำไม่ทัน ก็ควรหาที่มิดชิดเพื่อถอดกางเกงให้ลูกฉี่ทุกครั้ง เพื่อทำให้ลูกรู้ว่า ส่วนนี้น่ะ มันต้องปกปิดมิดชิดจริงๆ นะ 

อย่าขู่หนูนะ 

เรื่องเพศนั้น สังคมไทยมักจะไม่ค่อยหยิบยกมาพูดกันอย่างเปิดเผย ยิ่งในลูกเล็กด้วยแล้ว แทบจะไม่ได้พูดเลยแต่สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ควรระวังให้มาก คือการสื่อสารด้วยวิธีขู่ เช่น เวลาที่คุณเห็นลูกเล่นอวัยวะเพศของตัวเอง แล้วคุณอยากห้าม โดยพูดขู่ประเภท...เดี๋ยวตัดทิ้งซะเลยนี่ หรือเดี๋ยวเป็นแผลเลือดออกซิบๆ เป็นต้น เพราะแม้ว่าคุณจะขู่เล่นๆ แต่เด็กอาจเกิดจินตนาการทางลบเกี่ยวกับเรื่องเพศซึ่งจะส่งผลเอาตอนโตกลายเป็นปมในใจ ที่ทำให้กลัว และรู้สึกว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องไม่ดี เป็นสิ่งที่ผิด อย่างที่ผู้หญิงหลายๆ คนพอแต่งงานแล้วกลับรู้สึกกลัวการมีเพศสัมพันธ์กับแฟน เพราะลึกๆ ในใจรู้สึกว่าเพศเป็นเรื่องน่าอายทำให้เกิดปัญหาในการอยู่ร่วมกันได้ค่ะ 

นี่ล่ะค่ะ วิธีง่ายๆ ที่จะสอนลูกวัยเตาะแตะให้รู้จักพื้นที่ส่วนตัวแม้เด็กวัยนี้อาจจะยังเข้าใจอะไรไม่ได้มากนัก แต่ด้วยวิธีการสอนแบบง่ายๆ ก็จะทำให้เขาสามารถเรียนรู้และซึมซับจนเป็นนิสัยได้ด้วยการทำอย่างสม่ำเสมอของพ่อแม่ค่ะ 

ข้อมูลจาก : http://www.sudrak.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก