ลงทะเบียนเข้างาน
e-mail
Mobile number

บทความ
แบ่งปัน
เสียงร้องไห้บอกอะไรหนอ
เสียงร้องไห้บอกอะไรหนอ แม่มือใหม่เอี่ยมอ่องมักจะประสาทแทบเสียและกังวลไปสารพัดเมื่อได้ยินลูกร้องไห้ ก็ทารกแรกเกิดนั้นร้องไห้บ่อย บางคนร้องไม่หยุดทำเอาพ่อกับแม่ทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไรกันแน่ การทำความรู้จักกับเสียงร้องของลูกจึงเป็นเรื่องที่ ...ห้ามพลาดเลยล่ะ !!! 

ต้นตอ...ทำหนูร้องไห้

ตามปกติแล้วเด็กน้อยวัยแรกคลอด กิจวัตรประจำวันส่วนใหญ่จะได้แก่ กิน นอน ถ่าย และร้องไห้ นอกจากนี้ยังมีสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนตอนอยู่ในท้องแม่สักนิดถาโถมเข้าใส่ เมื่อถามว่าทำไมลูกจึงต้องร้องไห้ด้วย เด็กก็คล้ายกับเราค่ะ มีอารมณ์ มีเรื่องให้ไม่สบายใจ ไม่สบายตัวอยู่เหมือนกัน ในเมื่อเขายังพูดไม่ได้ วิธีการสื่อสารแสดงออกให้คนอื่นรู้ได้ ก็คือการร้องไห้นั่นเอง สำหรับประเด็นใหญ่ๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้เจ้าหนูร้องไห้นั้น ลองลิสต์ออกมาได้ดังนี้ค่ะ 

หิว : เด็กทารกจะหิวทุกๆ 2 ชั่วโมง ถ้าตื่นมาแล้วไม่ได้กินล่ะก็ เจ้าหนูอาจจะร้องโวยวายเพราะความหิวได้
แน่นท้อง : หากกินนมเสร็จแล้วนอนเลย อาจเป็นสาเหตุให้เจ้าหนูปวดท้องเพราะท้องอืดท้องเฟ้อ และแหวะนมออกมาได้ ควรจะอุ้มให้เรอก่อนที่จะพาเข้าเข้านอน 

ง่วงนอน : แม้ง่วงนอนแต่ก็ไม่ยอมนอน นั่นคงเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยกับการนอนเสียเลย เช่น แสงสว่างมากเกินไป เสียงดัง เป็นต้น คุณแม่จึงควรจัดบรรยากาศให้สบายๆ มีอากาศถ่ายเทและไม่มีแสงรบกวนการนอนของลูกค่ะ 

อากาศร้อนหรือหนาว : เด็กเล็กๆ จะอ่อนไหวกับอุณหภูมิของอากาศพิเศษ เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เช่น อยู่ห้องแอร์แล้วพาเขาเดินออกมาเจออากาศร้อนๆ ภายนอก เด็กปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ทันรู้สึกหนาวหรือร้อนก็ทำให้อดร้องไห้ไม่ได้

ผ้าอ้อมเปียกชื้น : ถ้าชื้นหรือจับดูแล้วหนักๆ ก็ให้เปลี่ยนเลยดีกว่าค่ะ อย่าประหยัดถึงขนาดรอจนเต็มแผ่นก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนนะคะ ไม่งั้นอาจเป็นสาเหตุให้เกิดผดผื่นได้ด้วย 

ไม่สบายตัว : เช็ดดูว่าเจ้าหนูรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายตัวจากสิ่งไหนบ้างหรือเปล่าถึงร้องไห้ เช่น เสื้อ กางเกง ผ้าอ้อม รัดแน่นจนเกินไป 

ป่วย : เรื่องนี้สิเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นไข้ ท้องเสีย ปวดท้อง เพราะเป็นสาเหตุการร้องไห้ที่อันตรายและเราต้องรีบหาสาเหตุของปัญหาและแก้ไขให้ทันท่วงที โดยทุกครั้งที่ลูกร้องไห้ต้องเช็คอุณหภูมิที่ตัวลูก ว่าไม่ร้อนหรือเย็นไป รวมทั้งเจ้าแมลงสัตว์กัดต่อยทั้งหลายด้วย 

เหงา : รู้ไหมคะที่เจ้าหนูร้องไห้แบบไม่มีเหตุผล นั่นอาจจะเป็นสาเหตุมาจากความเหงาหวาดกลัวที่อยู่คนเดียว มองไม่เห็นใคร ดังนั้น การที่พ่อกับแม่อยู่กับเขาด้วย ฮัมเพลง เห่กล่อมเบาๆ แค่นี้น้องหนูก็อุ่นใจไม่ร้องแล้ว 

โคลิก : เรื่องการร้องไห้ของวัยเบบี๋ยังมีสาเหตุมาจากโคลิกเข้ามาเกี่ยวข้องได้ด้วย 
โคลิก คือ อาการร้องไห้ของเด็กคล้ายว่าจะปวดท้อง และยิ่งร้องไห้ท้องยิ่งแข็งเพราะลมเข้าไปเยอะ มักจะเกิดอาการนี้ช่วงเย็น ร้องครั้งละนานถึง 3-4 ชั่วโมงในเวลาเดิม และมักจะต่อเนื่องนาน 2-3 เดือนเลยทีเดียว พอหลังจากนั้นก็จะหยุดร้องไปได้เอง แต่อาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคนค่ะ และไม่มีอันตรายใดๆ 

คำแนะนำ... เมื่อไปปรึกษาคุณหมอให้แน่ใจว่าลูกร้องโคลิก ไม่ได้มาจากสาเหตุผิดปกติอื่นๆ และเมื่อลูกร้องโคลิกคุณพ่อคุณแม่อุ้มลูกให้แนบตัว ลูบหลังเบาๆ พร้อมกับเห่กล่อมให้บรรยากาศที่สงบ นุ่มนวล เพื่อให้ลูกสงบเร็วขึ้น และที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่เองก็ควรจะไม่พยายามไม่กังวลและเครียดมากเกินไปนักค่ะ 


ข้อมูลจาก : http://www.sudrak.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก