ลงทะเบียนเข้างาน
e-mail
Mobile number

บทความ
แบ่งปัน
รู้ได้อย่างไร ว่าลูกแพ้นมวัว?

รู้ได้อย่างไร ว่าลูกแพ้นมวัว? ทุกวันนี้เราได้ยินคำว่า “แพ้นม” กันมากขึ้น ซึ่งก็คือ การแพ้โปรตีนในนมวัวนั่นเอง อย่างไรก็ตาม อาการแพ้โปรตีนนมวัวส่วนใหญ่เป็นภาวะเพียงชั่วคราว อาการจะหายได้ หากเด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ทำไมถึงแพ้
การได้รับนมผสมหรืออาหารอื่นๆ ที่ต่างจากนมแม่ที่เป็น โปรตีนแปลกปลอม อาจเสี่ยงต่อการเกิดการแพ้อาหาร เนื่องจากโปรตีนแปลกปลอมเหล่านี้ไม่ถูกย่อยหรือทำลาย โดยเฉพาะเด็กวัย 4-6 เดือนแรก ที่เยื่อบุทางเดินอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบน้ำย่อยต่างๆ ยังไม่แข็งแรง โปรตีนดังกล่าวจึงเข้าสู่ร่างกายได้มากเป็นเหตุให้เด็กเล็กๆ เกิดอาการแพ้โปรตีนนมวัวได้ง่าย

รู้ได้อย่างไรว่าแพ้ 
การแพ้โปรตีนนมวัว เป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยาก เนื่องจากช่วงแรกที่ดื่มยังไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา พอดื่มไปได้สักระยะจึงแสดงอาการ ทำให้พ่อแม่เข้าใจว่าเป็นโรคธรรมดาในเด็ก เพราะมีผื่นขึ้นตามใบหน้าเป็นลมพิษ ปากบวม บางครั้งถ่ายเป็นเลือดปนมูกท้องเสียเรื้อรัง หรือหวัดเรื้อรัง ในที่สุดลูกจึงป่วยโดยไม่จำเป็น ดังนั้น จำเป็นต้องอาศัยการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และหากไม่แน่ใจกับอาการที่เกิดขึ้น ก็ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อทำการหาสาเหตุที่แท้จริง

แบบไหนเข้าข่าย...แพ้! 
อาการแพ้ของเด็กแต่ละคน อาจแสดงออกมาไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าในร่างกายของลูก ระบบไหนที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะเด็กคนไหนที่แพ้ง่าย มักมีประวัติ พ่อแม่หรือคนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว (ไม่จำเป็นที่พ่อแม่ต้องเป็นคนที่แพ้อาหาร อาจจะเป็นโรคภูมิแพ้อย่างอื่น)

อาการแพ้ ที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก คือ ผื่นภูมิแพ้ ส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณใบหน้าก่อน เป็นเม็ดเล็กๆ ที่ใบหน้า ตามศีรษะ หน้าผาก บางคนมีแค่ช่วงเดียวก็หายไปกลับมาเป็นใหม่ นอกจากบริเวณใบหน้าแล้ว อาจมีผื่นขึ้นที่ด้านนอกแขน ข้อศอก ข้อมือ หรือตามลำตัว ซึ่งเกิดขึ้นจากการอักเสบของผิวหนัง ถ้าเป็นมาก ก็มีน้ำเหลืองเยิ้มออกมา ในเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย ผื่นแพ้จะไม่ขึ้นที่หน้าแล้ว จะขึ้นตามบริเวณที่มีรอยย่น เช่น คอ ข้อพับ ข้อศอก หลังเข่า

การแพ้โปรตีนนมวัว ไม่ได้ออกผื่นอย่างเดียว บางคนท้องเสียถ่ายเป็นมูกเลือด ในกรณีที่เป็นมาก หรือหลังกินนมแล้วอาเจียนทุกครั้ง ร้องงอแงผิดปกติ ก็เป็นข้อบ่งชี้อาการที่ต้องสงสัยไว้ก่อน อีกระบบคือ ระบบทางเดินหายใจ พ่อแม่บางคนเข้าใจผิดคิดว่าลูกแพ้อากาศหรือเป็นหวัด เพราะลูกมีน้ำมูกไหลเรื้อรัง มีอาการหอบคล้ายหืด เด็กจะเหนื่อย หายใจเร็ว หน้าอกกระเพื่อม ถ้าเป็นมากๆ ก็ตัวเขียว เวลาหายใจก็มีเสียงวี้ดๆ เกิดจากหลอดลมตีบเดิมทีเวลาหายใจเข้า-ออกก็ทำได้เต็มที่ แต่พอหลอดลมตีบออกซิเจนเข้าไปไม่พอ เด็กก็จะพยายามหายใจให้เร็วขึ้น แล้วหลอดลมซึ่งมีรูเล็ก ก็ทำให้เกิดเสียงเวลาหายใจได้

เด็กเล็กที่แพ้โปรตีนนมวัว อาการที่แสดงอาจไม่แน่เสมอไปว่าจะปรากฏให้เห็นเมื่อไหร่ อาจเกิดอย่างรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมงหลังการกินนมวัว แต่บางครั้งอาการก็เกิดหลังจากการกินนมวัวภายใน 48 ชั่วโมง อาการแพ้นมวัว จะดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อลูกโตขึ้น หากได้รับการรักษาที่เหมาะสม

สิ่งสำคัญในการดูแลเด็กเล็ก คือ การหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้และกินนมแม่ให้นานที่สุด เพื่อจะช่วยการป้องกัน ลดอาการแพ้โปรตีนนมวัว แต่ก็มีส่วนน้อยเท่านั้น ที่พบว่า เด็กที่กินนมแม่อยู่ดีๆ ก็มีโอกาสแพ้โปรตีนนมวัว นั่นเป็นเพราะแม่ดื่มนม โปรตีนที่อยู่ในนมวัวผ่านมาทางน้ำนมแม่

ที่มา นิตยสาร Mother & Care
ข้อมูลจาก : http://women.kapook.com/view537.html
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก