ลงทะเบียนเข้างาน
ลงทะเบียน
บทความ
แบ่งปัน
การอุ้ม กระตุ้นพัฒนาการ

การอุ้ม กระตุ้นพัฒนาการ ยามที่คุณแม่ยกตัวลูกขึ้นมา "อุ้ม" สิ่งที่ลูกน้อยสัมผัสได้ทันทีคือความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แถมการอุ้มลูกบ่อยๆ ยังเป็นการกระตุ้นพัฒนาการ ช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของลูกน้อยพัฒนาได้เร็วขึ้นด้วย

อุ้มอบอุ่นปลอดภัย

วัยแรกเกิด 2 เดือน ลูกน้อยในวัยนี้คอและหลังยังไม่แข็งแรง เวลาอุ้มคุณแม่ต้องระมัดระวังบริเวณคอและศีรษะให้ดีนะคะ เรามาลองฝึกอุ้มลูกไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

- อุ้มตะแคง การตะแคงตัวลูกก่อนอุ้มจะช่วยให้ลูกพลิกตัวตะแคง พลิกคว่ำพลิกหงายได้เร็วขึ้น และยังช่วยให้ลูกน้อยไม่ผวาตกใจ จากท่าที่ลูกน้อยนอนหงาย มือข้างหนึ่งของคุณแม่จับตรงหัวไหล่ อีกมือช้อนใต้รักแร้ ตะแคงตัวลูกก่อนยกขึ้น เวลาอุ้มลงก็ทำแบบเดียวกันนี้ค่ะ

- อุ้มนั่งหันหน้าออก มือหนึ่งประคองช่วงขา ส่วนมืออีกข้างประคองตรงช่วงกกหูโดยใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ฝ่ามือกดเบาๆบริเวณหน้าอก

- อุ้มพาดบ่า อุ้มตัวลูกขึ้นพาดบ่า มือข้างหนึ่งจับตรงช่วงกกหู อีกข้างประคองก้น

- อุ้มประคองศีรษะ เหมือนท่าให้นม ให้แขนของคุณแม่พาดอยู่ด้านหลังของลูก โดยฝ่ามืออยู่ตรงบริเวณก้นและต้นขา ข้อศอกงอรับศีรษะ ลำตัว แขนขาของลูกอยู่ในแนวเดียวกัน ท่านี้หากคุณแม่อุ้มลูกซบไหล่ซ้ายของแม่ ลูกจะได้ยินเสียงหัวใจแม่เต้น ตุ๊บๆ ตั๊บๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย เหมือนตอนอยู่ในท้องเลยค่ะ


อุ้มกระตุ้นกล้ามเนื้อหลังและคอ

วัย 2 เดือนขึ้นไป วัยนี้ลูกน้อยคอแข็งเริ่มชัได้แล้ว และพร้อมทั้งหลังแข็งแรงขึ้น นอกจากจะเป็นท่าอุ้มประจำของลูกแล้วยังเป็นท่าอุ้มที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังและคอลูกด้วย

- อุ้มนั่งไล่ลม เป็นอีกท่าหนึ่งที่เหมาะสำหรับเจ้าหนูที่คอแข็งแล้ว โดยอุ้มลูกขึ้นนั่งตักเรา ใช้มือหนึ่งโอบหน้าอกลูกไว้ ใช้มืออีกข้างลูบหลังไล่ลม

- อุ้มหิ้วมือเดียว ช่วยกระตุ้นพัฒนาการกล้ามเนื้อหลังและคอ ช่วยให้คุณแม่ทำงานได้สะดวก โดยใช้มือข้างหนึ่งหิ้วประคองตรงช่วงหน้าอกลูกไว้

- อุ้มเหน็บเอว, เหน็บข้างลำตัวแม่ ท่านี้สะดวกกับคุณแม่อีกแล้วค่ะ เพราะจะช่วยให้คุณแม่มีมือเหลืออีกข้างไว้ทำกิจกรรมต่างๆ โดยอุ้มลูกมาเหน็บที่สะโพกด้วยมือเดียว ท่านี้แนะนำให้ทำเมื่อลูกอายุ 2 เดือนขึ้นไปนะคะ


อุ้มฝึกจินตนาการ กระตุ้นกล้ามเนื้อแขนขา

วัย 7 เดือนขึ้นไป วัยนี้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ พัฒนาขึ้นมากค่ะ ท่าอุ้มในเดือนแรกๆ นั้นยังใช้ได้อยู่นะคะ แต่คุณแม่ไม่ต้องประคองมากเหมือนเดือนแรกๆ มีท่าอุ้มบางท่าที่ช่วยฝึกจินตนาการและกระตุ้นกล้ามเนื้อแขนขาให้ลูกด้วยค่ะ

- อุ้มนั่งหันหน้าออก เป็นท่าอุ้มเหมือนกับช่วงเดือนแรกๆ แต่พอถึงวัยนี้คอและหลังลูกแข็งแรงแล้ว ไม่ต้องประคอง เหมาะสำหรับการพาเดินไปในสถานที่แปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็น เป็นการส่งเสริมจินตนาการให้กับลูกน้อยค่ะ

- อุ้มล่อนบินเหมือนนก พัฒนากล้ามเนื้อหลัง การทรงตัว และส่งเสริมจินตนาการ โดยอุ้มลูกยกตัวขึ้นสูง บินเหมือนก เครื่องบิน แต่การอุ้มท่านี้คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้พละกำลังมากสักหน่อยนะคะ

- อุ้มยกขึ้นยกลง สองมือของแม่(พ่อ)สอดจับใต้รักแร้ทั้งสองข้างของลูก แล้วจับยกขึ้นยกลงกระโดดเด้งไปมา ซึ่งช่วยฝึกกล้ามเนื้อขาของลูกล้วนๆ เลยค่ะ

- อุ้มขี่คอ ช่วยส่วนลำตัว คอ หลัง และจินตนาการ เพราะการที่เด็กได้อยู่ในมุมที่สูงๆ เขาจะได้เห็นมุมที่แตกต่าง ท่าอุ้มนี้ไม่ต้องอธิบายเพราะคุณพ่อน่ะถนัดอยู่แล้ว


อุ้มเปลี่ยนท่าเพื่อเพิ่มมุมมองที่แตกต่างบ้าง

เช่น เวลาอาบน้ำให้ลูกจากที่เคยอุ้มแล้วศีรษะลูกหันไปในทิศทางเดียวตลอด ก็ลองเปลี่ยนท่าอุ้มให้ศีรษะลูกอยู่ทิศอื่นบ้าง จะทำให้ลูกมีมุมมองใหม่ๆ ในบริเวณเดียวกัน


ข้อมูลจาก คุณนิตยา โชครัศมีหิรัญ นักกายภาพบำบัด สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
ที่มา: นิตยสารรักลูก
ข้อมูลจาก : http://www.thaihealth.or.th/node/13063
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก