ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
“สุขภาพช่องปากเจ้าตัวเล็ก” เริ่มดูแลเมื่อไร

“สุขภาพช่องปากเจ้าตัวเล็ก” เริ่มดูแลเมื่อไร โดยทั่วไป คุณพ่อ คุณแม่ส่วนใหญ่ จะให้ความสนใจกับสุขภาพช่องปากของลูก ก็ต่อเมื่อ ลูกเริ่มมีฟันขึ้น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับฟัน เช่น ปวดฟัน เจ็บเหงือก

แต่แท้ที่จริงแล้ว "พี่บุ๋ม-ธนภรภัทร เชื้อผึ้ง" เจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุข จ.นนทบุรี กล่าวว่า การดูแลสุขภาพช่องภาพของลูก ควรจะเริ่มตั้งแต่ลูกแรกคลอดออกมา ถึงแม้ฟันจะยังไม่ขึ้นก็ตาม

นั่นเพราะช่องปากของเด็กได้เริ่มใช้งานด้วยการกินนมแม่แล้ว ดังนั้นจึงต้องเช็ดทำความสะอาดช่องปากของลูกอย่างสม่ำเสมอหลังจากกินนม เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย และฝ้าบริเวณลิ้น

อย่างไรก็ดี การที่ลูกมีสุขภาพช่องปากที่ดีตั้งแต่เล็ก โดยพ่อแม่เป็นผู้ปลูกฝังแล้ว นอกจากจะส่งผลให้เด็กชินกับการทำความสะอาดช่องปาก ยังทำให้เด็กมีสุขนิสัยที่ดีในการแปรงฟันตามช่วงวัยต่อไปได้ดีตามไปด้วย ซึ่งถ้าไม่ให้ความสำคัญ อาจมีปัญหาระยะยาวตามมาได้ อาทิ มีกลิ่นปาก เหงือกอักเสบ และไม่ชอบการแปรงฟัน

ฟันลูกแข็งแรงเริ่มต้นที่พ่อแม่
สำหรับ วิธีการดูแล และทำความสะอาดช่องปากให้ลูกน้อยในช่วงแรกเกิด – 1ขวบ ทำได้ไม่ยาก โดยผู้เป็นแม่สามารถใช้มืออุ้มศีรษะของลูก แหงนหน้าลูกขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เห็นช่องปากของลูกได้ชัดเจน

จากนั้นใช้นิ้วชี้ที่มือขวา พันด้วยผ้ากอซ หรือผ้า สะอาดชุบน้ำต้มสุกอุ่น แล้วเช็ดให้ทั่วช่องปากเบา ๆ เริ่มที่กระพุ้งแก้ม บนลิ้น ใต้ลิ้น สันเหงือก และเพดานปาก ทำวันละ 2-3 ครั้ง หลังมื้อการให้นม ไม่ควรเช็ดแรง เพราะเนื้อเยื่อในช่องปากของลูกยังบางอยู่ อาจทำให้เกิดการอักเสบ และติดเชื้อได้

เมื่อผ่านพ้นช่วงแรกเกิด-1 ขวบไปแล้ว สิ่งแรกที่จะสังเกตได้ในช่องปากของลูกคือ ฟันเริ่มขึ้นมาบ้างแล้ว ดังนั้น แปรงสีฟัน จึงถือเป็นอุปกรณ์สำคัญ ที่ได้เข้าแทนที่ผ้าเช็ดช่องปาก เริ่มจาก 1-2 ขวบ พ่อแม่ต้องเป็นคนแปรงฟันให้ลูก เพราะลูกจะไม่สามารถแปรงฟันได้ด้วยตัวเอง

วิธีที่เหมาะสมในการแปรงฟันให้ลูก เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขอธิบายว่า ให้ลูกนอนหนุนตักแม่ แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย เหมือนกับทำความสะอาดช่องปากให้ลูกเล็ก จากนั้นใช้นิ้วข้างที่ไม่ได้จับแปรง ดึงกระพุ้งแก้มและริมฝีปากส่วนที่จะแปรงของลูก เพื่อไม่ให้แปรงกระแทกถูกเหงือก และกระพุ้งแก้ม ซึ่งการวางแปรงสีฟัน ควรวางขนแปรงให้นาบกับตัวฟัน ถูแปรงไปมา ในแนวนอนให้ทั่วจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง ไม่ควรแปรงสลับกัน หลังจากแปรงเสร็จ ให้เช็ดออกด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำ

การทำความสะอาดช่องปากให้ลูกน้อย 
สำหรับยาสีฟันควรใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยปาดบางๆ แค่ปลายขนแปรงก็เพียงพอ เพราะเด็กในช่วงวัยนี้ ยังบังคับการอม หรือการกลืนได้ไม่ดี อาจมีโอกาสกลืน และสำลักยาสีฟันได้สูง พอลูกเข้าช่วงวัย 3-6 ขวบ คุณพ่อ คุณแม่ ต้องเริ่มฝึกให้ลูกแปรงฟันเองได้แล้ว แต่ควรดูแล อย่าให้ลูกกลืนยาสีฟันด้วย จากนั้นให้แปรงซ้ำเพื่อให้สะอาดอีกครั้ง

สำหรับการสอนให้ลูกแปรงฟัน อย่างถูกวิธี จะต้องให้ลูกก้มหน้าแปรง เพราะบางครั้งถ้าเงยมากเกินไป อาจทำให้เกิดการสำลัก หรือกลืนแปรงอย่างที่เป็นข่าวได้ และพอมาถึงช่วง 7-8 ปี ลูกจะต้องแปรงฟันเองได้ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกัน คุณพ่อ คุณแม่ ควรตรวจความสะอาดของลูกหลังแปรงฟันทุกครั้งอย่างสม่ำเสมอ ทุกคืนก่อนนอน


วิธีสร้างเสริมให้ ลูกน้อยมีสุขภาพฟันแข็งแรง
1. ควรพาลูกน้อยไปพบทันตแพทย์เมื่อครบอายุ 1 ปี และตรวจฟันเป็นระยะทุกๆ 6 เดือน
2. หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ลูกน้อยดูดนมขวดหลับคาปาก เพราะจะทำให้ฟันผุได้ และควรให้น้ำ 1-2 ช้อนชาหลังดูดนมทุกครั้ง
3. ควรฝึกให้ลูกน้อยดื่มนมจากถ้วยเมื่ออายุ 6-10 เดือน และควรเลิกดูดนมจากขวดเมื่ออายุ 1 ปี
4. ไม่ควรให้ลูกน้อยดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน
5. ควรใช้ผ้าสะอาดเช็ดช่องปากลูกตั้งแต่แรกเกิด และการแปรงฟันเมื่อฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ในช่วงก่อนนอน และตอนเช้า
6. หัดให้ลูกน้อยรับประทานอาหารเป็นมื้อ ไม่ให้กินขนมกรุบกรอบ หรือกินจุบจิบ


ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ 
ข้อมูลจาก : http://www.thaihealth.or.th
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ