ลงทะเบียนเข้างาน
e-mail
Mobile number

บทความ
แบ่งปัน
โรงเรียนของลูก...เลือกอย่างไร?

โรงเรียนของลูก...เลือกอย่างไร? ใกล้ถึงช่วงเวลาเปิดเทอมกันบ้างแล้ว คุณพ่อคุณแม่หลายคนที่มีลูกวัยกำลังซนก็อาจเริ่มมองโรงเรียนที่ดีและปลอดภัยที่สุดในปีการศึกษาหน้า ซึ่งบางคนอาจคิดว่า ยังอีกตั้งนาน ไม่เห็นต้องรีบไปดู แต่ทว่าเวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้บางครอบครัวตั้งตัวไม่ทันก็เป็นได้

ทั้งนี้ ได้มีการศึกษาถึงปัจจัยที่ผู้ปกครองใช้ในการเลือกโรงเรียนอนุบาลเอกชน ให้บุตรหลานเข้าเรียน และความคาดหวังของผู้ปกครอง เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนอนุบาลเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น ผู้ปกครองของโรงเรียนอนุบาลเอกชนในเขตกรุงเทพ โดยการสุ่มและใช้แบบสอบถามเพื่อทำการวิเคราะห์ ผลการวิจัยเป็นดังต่อไปนี้

ปัจจัยในการตัดสินใจเลือกโรงเรียนอนุบาลสำหรับลูกๆ คือ ปัจจัยเกี่ยวกับโรงเรียน ครูผู้สอน ประสบการณ์การสอน การบริหารความปลอดภัย การบริการอาหารและสุขภาพของเด็กอนุบาล การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง และค่าใช้จ่ายต่างๆโดยเฉพาะค่าเทอม

ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือการบุกไปเยี่ยมชมโรงเรียน ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการเลือก ซึ่งมีหลายๆโรงเรียนได้เปิดให้ผู้ปกครองเข้าชม โดยเฉพาะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจมีโอกาสได้ดูกิจกรรมการเรียนในห้องเรียน ในขณะที่กำลังทำการสอน

อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตให้ดีว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่ เราต้องเดินดู พูดคุยกับคุณครู นักเรียน เพื่อจะได้เก็บข้อมูลที่เป็นความจริง ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสพูดคุยกับผู้ปกครอง ที่ส่งลูกๆมาเรียนที่โรงเรียนนี้ ยิ่งจะทำให้เราได้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนในแง่ต่างๆมากขึ้น


สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตในขณะเยี่ยมชมโรงเรียน

ความสะอาดของห้องเรียน อาคาร สนามเด็กเล่น โรงอาหาร ห้องน้ำ

ความปลอดภัยของสถานที่เรียน เช่น สถานที่ตั้งของสระว่าน้ำ การจราจรด้านหน้าโรงเรียนมีควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หรือมีเสียงรถยนต์ดังเข้ามาในโรงเรียน สะพานข้ามถนน สภาพพื้นที่ด้านหลังโรงเรียน เช่น คูคลองซึ่งนักเรียนอาจจะพลัดตกลงไป หรือ ป่ารกซึ่งอาจจะมีสัตว์มีพิษเข้ามาในโรงเรียน

จำนวนสิ่งอำนวย ความสะดวก เช่น จำนวนอุปกรณ์การสอน ขนาดของโต๊ะ และเก้าอี้ รวมไปถึงการจัดวางโต๊ะและเก้าอี้ว่าเหมาะสมกับขนาดของห้องเรียนหรือไม่ อุปกรณ์ได้การกีฬามีพอเีพียงหรือไม่ จำนวนเครื่องเล่นต่างๆ

สถานที่จอดรถสำหรับการรับ-ส่งนักเรียน

การดูแลเรื่องความปลอดภัย เช่นการแลกบัตรสำหรับผู้เข้ามาในโรงเรียน วิธีการรับนักเรียนกลับบ้าน ห้องพยาบาล และนางพยาบาลในการช่วยเหลือนักเรียนเบื้องต้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

จำนวน ของตู้น้ำดื่ม และสภาพของตู้น้ำดื่ม สภาพของตู้น้ำดื่มจะมีผลอย่างมากับสุขภาพของนักเรียน ถ้าตู้น้ำเก่า เป็นสนิม หรือมีการเชื่อมด้วยตะกั่ว ก็จะทำให้นักเรียนดื่มน้ำที่มีสารเจือปนที่เป็นพิษเข้าไป หรือแม้กระทั้งปัญหาเรื่องไฟฟ้าดูด อาจจะเกิดขึ้นได้กับตู้น้ำที่มีสภาพเก่า

นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรหาเวลาไปเยี่ยมชมโรงเรียนหลายๆครั้ง ในเวลาที่ต่างกัน เพื่อจะได้เห็นสภาพแวดล้อมต่างๆและหลีกเลี่ยงการจัดฉากของโรงเรียน อาจจะไปในช่วงพักกลางวัน ดูอาหารกลางวันที่เด็กนักเรียนได้รับ ดูสนามเด็กเล่นว่าเพียงพอสำหรับเด็กทั้งโรงเรียนหรือเปล่า

อย่างไรก็ดี นโยบาย และวัตถุประสงค์ของโรงเรียน จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจแนวคิดของโรงเรียน แนวทางการบริหารโรงเรียน แนวการสอนและการพัฒนานักเรียน ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่คุณครูจะต้องปฏิบัติตามในการสอนนักเรียน และยังทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจแนวทางการสอน ซึ่งเราจะได้ปรับการสอนเด็กเมื่ออยู่ที่บ้านให้สอดคล้องกับการสอนจาก โรงเรียน คุณพ่อคุณแม่อาจจะถามถึงรางวัลต่างๆ ที่โรงเรียนเคยได้รับ เพื่อจะได้เห็นศักยภาพทางด้านต่างๆของโรงเรียน เช่นรางวัลโรงเรียนดีเด่น รางวัลชนะเลิศทางด้านดนตรี รางวัลชนะเลิศทางด้านศิลปะ ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นจุดเด่นของโรงเรียนมากขึ้น

คุณพ่อคุณแม่อาจจะพูดคุยกับผู้อำนวยการ หรือคุณครูใหญ่เพื่อถามคำถาม และข้อเอกสารต่างๆมาทำการศึกษา เช่นอัตราสวนคุณครูกับจำนวนนักเรียน ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันที่นักเรียนแต่ละคนต้องทำ หลักสูตรการเรียนต่างๆ ตรวจสอบความสามารถของคุณครูผู้สอน และบุคลากรอื่นๆ ของโรงเรียน

ความสามารถของคุณครูผู้สอน เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต้องการเรียนรู้ของเด็ก
เราสามารถขอดูประวัติการเรียนและการสอนของคุณครู สังเกตจากการพูดคุย หรือการถามปัญหาต่างๆ เพื่อจะดูแนวคิดของคุณครู ดูภาษาที่ใช้ ลักษณะและบุคลิกสามารถเปรียบเทียบได้กับการที่คุณพ่อคุณแม่รับสมัครครูผู้สอนให้มาสอนลูกของตัวเอง เราคาดหวังให้ครูผู้สอนมีลักษณะ คุณสมบัติ และบุคลิกภาพอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถใช้แนวทางนี้พูดคุยกับคุณครู เพื่อดูว่าคุณครูมีคุณสมบัติตามที่เราคาดหวังไว้หรือไม่

ตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องจ่ายเมื่อเลือกโรงเรียนแห่งนี้
แน่นอนว่า หนึ่งในค่าใช้จ่ายก็คือ ค่าเทอม แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องศึกษาให้ละเอียดว่ามีค่าใช้จ่ายอื่นๆที่สำคัญอีกหรือ เปล่า เพราะหลายๆครั้งโรงเรียนจะเลี่ยงการเก็บค่าเทอมที่สูง โดยเก็บเป็นค่าอื่นๆ เช่น ค่าการใช้คอมพิวเตอร์ ค่ากิจกรรมพิเศษ หรือแม้กระทั้งค่าแรกเข้า

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะขอเอกสารเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด และอาจจะต้องถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินของสิ้นเปลืองที่ผู้ปกครอง ต้องรับผิดชอบ เช่น สมุดของโรงเรียน กระเป๋า เครื่องแบบ บัตรนักเรียน ชุดลูกเสือ เนตรนารี หรือ อนุกาชาด ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียนพิเศษหลังเลิกเรียน ในกรณีที่คุณพ่อคุณแม่มารับเด็กได้ตอนเย็นๆ หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวรถยนต์รับส่งนักเรียน

ทั้งหมดนี้เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่จะช่วยในการตัดสินใจเลือกโรงเรียนให้กับ ลูกๆของท่าน หรือยังช่วยในการวางแผนด้านการเงิน เพื่อให้การส่งลูกๆไปเรียนโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชน ไม่เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง เพราะการที่ต้องหยุดหรือย้ายโรงเรียน จะมีปัญหาที่ยุ่งยากต่างๆ ตาม


มาที่ : ASTVผู้จัดการออนไลน์

ข้อมูลจาก : http://www.thaihealth.or.th
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก