ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
รู้จัก...โรคตาแดงในเด็กเล็กหรือยัง?

รู้จัก...โรคตาแดงในเด็กเล็กหรือยัง? บรรดาโรคติดเชื้อ หรือที่เข้าใจกันอย่างง่ายว่า "โรคติดต่อ" นั้น นอกเหนือจากโรคหวัด ที่ขึ้นชื่อเป็นเบอร์หนึ่งพบได้บ่อยแล้ว อีกหนึ่งโรคที่ต้องทำความรู้จัก ระวังไว้ก่อนก็คือ "โรคตาแดง" ที่ส่วนมากพบได้ในช่วงหน้าฝนค่ะ แล้วตาแดงที่เกิดขึ้นกับเด็กเล็กมีสาเหตุ มาจากอะไร มีวิธีป้องกัน และรักษาอย่างไรนั้น ไปติดตามกันเลยค่ะ...

ตาแดงเพราะอะไร
โรคตาแดงในเด็กแรกเกิดมักจะพบในช่วง 1 เดือนแรกคลอด ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการติดเชื้อหรือไม่ก็ได้ สิ่งที่คุณแม่จะต้องระวังเมื่อพบตาแดงในเด็กแรกคลอด คือการติดเชื้อแบคทีเรีย คลาไมเดีย (Chlamydia) หรือเชื้อไวรัสก็ได้ ซึ่งเด็กแรกเกิดอาจได้รับเชื้อขณะที่ผ่านช่องคลอดของ แม่ในกระบวนการคลอด

หากเด็กแรกเกิดเป็นตาแดงแล้ว นอกจากอาจรุนแรงจนทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นได้ แล้ว เชื้อโรคอาจแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆ เช่น สมอง หัวใจ และอาจทำให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิตได้ การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกและให้การรักษาอย่างรวดเร็ว จึงมีความสำคัญมาก 

เชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคตาแดงที่พบได้บ่อย คือ
เชื้อแบคทีเรียหนองใน จะทำให้เกิดอาการตาแดงตั้งแต่เด็กอายุ 3 - 5 วัน เชื้อชนิดนี้มีความรุนแรงจนทำให้ตาบอดได้ในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนใหญ่มักพบทั้งสองตา มีขี้ตาที่เป็นหนองจำนวนมาก อาจมีแผลที่กระจกตาหรือแผลลุกลามจนกระจกตาทะลุ และมีการติดเชื้อเข้าไปในลูกตา

เชื้อคลาไมเดีย มักพบในเด็กอายุ 5 - 14 วัน ทำให้เกิดตาแดง เปลือกตาบวม มีขี้ตาเหนียวแต่ไม่มากนัก หากไม่ได้รับการรักษาเชื้อชนิดนี้จะทำให้เกิดแผลเป็นที่เปลือกตา เยื่อบุตาและกระจกตาได้

เชื้อไวรัสเริม มักพบใน 2 สัปดาห์แรกหลังคลอด เชื้อชนิดนี้ทำให้เกิดตาแดง เป็นแผลที่กระจกตา อาจเห็นตุ่มน้ำรอบๆ เปลือกตา ถ้าไม่รักษาอาจกลายเป็นแผลเป็นฝ้าขาวที่กระจกตา และเชื้ออาจลุกลามไปที่สมองทำให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิตได้

อาการแบบไหนเรียกว่าตาแดง
หากลูกเป็นโรคตาแดง ดวงตาของลูกจะมีขี้ตามาก โดยเฉพาะ ในช่วงเช้าๆ น้ำตาไหล เจ็บตา เคืองหรือแสบตา เกิดตุ่มเล็กๆ ขึ้นบริเวณดวงตา และอาจมีเลือดออกใต้เยื่อบุตา ทำให้ตาดูแดงจัด นอกจากนี้เด็กที่เป็นโรคตาแดงมักมีอาการไข้หวัดนำมาก่อน เช่น เจ็บคอ มีไข้ เพราะเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกัน 

ถ้าเป็นในเด็กเล็กต่ำกว่าขวบ ก็จะมีอาการเช่นเดียวกับเด็กโต แต่เด็กเล็กไม่สามารถบอกอาการเองได้ ดังนั้น คุณแม่จึงต้องสังเกตดวงตาของลูกน้อยอยู่ตลอดว่า เด็กมีตาขาวสีแดง ตาดูฉ่ำๆ ขยี้ตาหรือกะพริบตาบ่อยกว่าปกติ มีขี้ตาติดที่หัวตาหรือที่เปลือกตาโดยเฉพาะช่วงตื่นนอน ร้องไห้งอแงกว่าปกติหรือไม่ 

ดูแลลูกน้อยเมื่อเป็นตาแดง
เมื่อคุณแม่รู้ว่าลูกน้อยเป็นตาแดง ก็ควรพาลูกไปพบคุณหมอ ไม่ควรซื้อยาทาหรือยาหยอดตาเอง ซึ่งคุณหมอจะให้ยาหยอดตามาหยอด ซึ่งอาการตาแดงของลูกจะดีขึ้นและหายภายใน 2 - 4 สัปดาห์ แต่ในเด็กที่ยังเล็กมาก การหยอดยาอาจทำได้ลำบาก คุณหมออาจให้ยาป้ายตาเพียงอย่างเดียว ซึ่งวิธีการหยอดตาหรือป้ายตานั้น ให้คุณแม่ดึงเปลือกตาล่างลงมาพร้อมกับให้ลูกเหลือบตา มองขึ้นด้านบน ก็จะมีช่องพอที่จะให้คุณแม่หยอดยาหรือป้ายยาลูกได้ถนัดขึ้น ในเด็กเล็กอาจต้องมีคนช่วยจับศีรษะ หรือหาของเล่นมาล่อ 

ให้ลูกเหลือกตาขึ้นด้านบนกันลูกดิ้น แต่ถ้ามีอาการไม่สบายตาหรือตาบวมมาก คุณแม่ก็สามารถใช้น้ำแข็งประคบบริเวณรอบดวงตาให้ลูกได้ และถ้ามีขี้ตามาก ควรทำความสะอาดเปลือกตาหรือขอบตาด้วยสำลีชุบน้ำสะอาด

ป้องกันตาแดงให้ลูกน้อย
โรคตาแดงเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายจากทั้งขี้ตาและน้ำตา ในเด็กเล็กจะได้รับเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อได้ง่ายถ้าไม่ระมัดระวังไปสัมผัสเชื้อโรคและขยี้ตาของตัวเอง ดังนั้น คุณแม่ต้องพยายามอย่าให้ลูกขยี้ตา ล้างหรือเช็ดมือให้ลูกบ่อยๆ รวมถึงก่อนและหลังเช็ดหรือหยอดตาให้ลูก คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดเสมอ เวลาเช็ดตาให้ลูกควรใช้สำลีเช็ดจากหัวตาไปยังหางตาและเปลี่ยนก้อนใหม่ เมื่อต้องเช็ดซ้ำหรือเช็ดอีกข้าง

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTV ผู้จัดการ
ขอบคุณภาพประกอบจาก kapook.com
ข้อมูลจาก : http://www.thaihealth.or.th
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ