ลงทะเบียนเข้างาน
e-mail
Mobile number

บทความ
แบ่งปัน
จัดระเบียบการดูทีวี
จัดระเบียบการดูทีวี ทุกวันนี้ในหลายประเทศ รณรงค์กวดขันพฤติกรรมการดูโทรทัศน์ของเด็กๆ มากขึ้น อันเนื่องมาจากการเสพติดทีวีของพวกเขานั่นเอง

การดูโทรทัศน์ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่ดูมากไปก็ไม่ดี ด้วยจะกลายเป็นคนเสพติดทีวีโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งผลกระทบตามมามากมาย

วันนี้เรามาจัดระเบียบการดูทีวีกันดีกว่า "อักษรา" แห่งคอลัมน์ "ไม่ยากถ้าอยากเก่ง" นิตยสาร "เล่มโปรด" ฉบับเม.ย. แนะนำไว้ดังนี้ 

• เลือกดูแต่สิ่งที่มีสาระ

น้องๆ ยังดูรายการเพลงหรือการ์ตูนที่ชอบได้เหมือนเดิม เพียงแต่ลดปริมาณมาดูรายการสาระดีๆ เช่น รายการสอนภาษาอังกฤษ สอนทำสิ่งประดิษฐ์สนุกๆ รายการสารคดีชีวิตสัตว์ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ หรือแบกเป้เที่ยวทั่วโลก ซึ่งจะทำให้เรามีกึ๋นเวลาอยู่ในวงสนทนากับเพื่อนๆ 

• จดบันทึกรายการที่อยากดู

อย่า เปิดทีวีเพียงเพราะอยากรู้ว่าวันนี้มีรายการอะไรบ้าง ถ้าทำแบบนี้ก็จะไม่พ้นวงจรดูเรื่อยเปื่อย กว่าจะรู้ตัวก็หมดไปแล้ว 1 วัน ให้จดเฉพาะรายการที่เราสนใจหรือดูเป็นประจำ ท่องให้ขึ้นใจว่าเราจะไม่ดูรายการอื่นที่ไม่ได้อยู่ในบันทึกเป็นอันขาด อาการติดทีวีทุเลาแน่ 

• วันปิดทีวีแห่งครอบครัว

กำหนด ให้วันใดวันหนึ่งในสัปดาห์เป็น "วันปิดทีวี" ลุกจากหน้าจอแล้วออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ยังมีกีฬาสุดมัน กิจกรรมคลายเครียดอีกมาก ที่น้องๆ สามารถทำร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนได้ รับรองสนุกจนลืมคิดถึงทีวีเลย

ชาวอเมริกันติดทีวีมาก แถมยังกินอาหารฟาสต์ฟู้ดไปด้วยดูทีวีไปด้วย น้ำหนักตัวจึงพุ่งพรวด นิตยสารเพื่อสุขภาพ "แอดบัสเตอร์ และกลุ่มองค์กรอิสระกว่าร้อยองค์กร จึงพร้อมใจกันจัดกิจกรรม "สัปดาห์ปิดทีวี" ในปีค.ศ.1994 ซึ่งในปีนี้คือวันที่ 20-26 เม.ย.และวันที่ 20-26 ก.ย.

• ไม่ดูทีวีไป กินข้าวไป

เวลา กินข้าว เป็นเวลาที่สมาชิกในครอบครัวมักจะอยู่กันพร้อมหน้า หากเรามัวแต่สนใจดูทีวี โอกาสดีๆ ที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันก็จะหมดลงไป แถมเรายังอาจกินมากโดยไม่รู้ตัว

มีรายงานของประเทศแคนาดาระบุว่า ผู้ที่ดูทีวีเกิน 21 ชั่วโมงต่อหนึ่งสัปดาห์ มีโอกาสอ้วนกว่าคนที่ดูทีวีไม่เกิน 5 ชั่วโมง ต่อหนึ่งสัปดาห์ ถึง 2 เท่า

ข้อมูลจาก : www.khaosod.co.th
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก