ลงทะเบียนเข้างาน
ลงทะเบียน
บทความ
แบ่งปัน
ลูกดื้อ...ทำอย่างไรดี
ลูกดื้อ...ทำอย่างไรดี พ่อแม่หลายคนมักใช้การตีเป็นการลงโทษลูก เพื่อให้ลูกหยุดพฤติกรรมที่ไม่ต้องการให้ทำ แต่เด็กคิดคนละอย่างกับผู้ใหญ่ เด็กๆมักจะคิดว่าเมื่อเขาทำผิด แล้วถูกตีก็ถือว่าเป็นการ " ชดใช้ " ความผิดไปแล้ว ฉะนั้นเขาจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาอีก ภายหลังเด็กก็จะทำอีก การตีจึงไม่สามารถหยุดพฤติกรรมไม่ดีของลูกได้ตลอดไป แต่อาจมีผลต่อจิตใจของลูกและตัวพ่อแม่เอง หลายคนมักรู้สึกผิด และสงสารลูกเมื่อตีไปแล้วก็กลับไปโอ๋ลูกอีก ทำให้ลูกไม่เข้าใจ มีวิธีง่ายๆและได้ผลดีกว่าคือ การจับบ่าพูดและการขอเวลานอก

การจับบ่าพูด ในเด็กเล็กการพูดห้ามเด็กลอยๆมักไม่ได้ผล เมื่อต้องการให้ลูกทะอะไร พ่อแม่ต้องเข้าประชิดตัวลูก โดยยืนห่างจากลูกพอสมควร ย่อตัวเล็กน้อย เอามือจับไหล่ลูกไว้ สบตาลูก แล้วพูดกับลูกด้วยเสียงที่หนักแน่นจริงจัง แต่ไม่ตีหรือดุ เช่นพูดว่า " แม่ต้องการให้ลูกเก็บของเข้าตู้เดี๋ยวนี้ " คำพูดและท่าทีที่หนักแน่นจะทำให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่ " เอาจริง" 

การขอเวลานอก เป็นวิธีง่ายๆ ที่ใช้ได้ผลดีเมื่อลูกทำผิด ไม่ร่วมมือหรือมีพฤติกรรมก้าวร้าว โดยพ่อแม่บอกลูกถึงเหตุผลก่อนลงโทษแล้วพูดกับลูกอย่างหนักแน่น เช่น " ถ้าลูกตีน้อง ลูกจะเล่นกับน้องไม่ได้ และลูกต้องแยกอยู่คนเดียว " แล้วให้พาลูกไปอยู่ที่มุมห้องที่ไม่น่าสนใจ ไม่มีของเล่น หรือสิ่งที่ลูกสนใจอยู่เลย(แต่ต้องไม่มีอันตราย)แล้วให้ลูกอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะครบเวลาที่กำหนด (เวลาที่ใช้ต้องเหมาะสมกับอายุของเด็ก เช่น 3ขวบใช้เวลา 3นาที 8ขวบใช้เวลา8นาที แต่ถ้าพฤติกรรมยังไม่ดีขึ้น ก็อาจต่อเวลาอีกระยะหนึ่งได้) 

ข้อสำคัญคือพ่อแม่ต้องเสริมพฤติกรรมที่ดีของลูก โดยให้การชมเชยเมื่อลูกทำดีด้วย เพื่อบอกให้ลูกทราบว่า พฤติกรรมใดบ้างที่พ่อแม่ต้องการให้ลูกกระทำ อย่าเอาแต่คอยจับผิดและเข้มงวดเฉพาะพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกเท่านั้น ทำอย่างสม่ำเสมอด้วยความอดทนและใจเย็น ในไม่ช้าลูกก็จะอยากทำ แต่สิ่งที่ดีสมใจพ่อแม่ โดยไม่ต้องลงมือ " ตี " ลูกให้เจ็บมือ เจ็บใจอีกต่อไป

  
 ข้อมูลจาก : http://ecurriculum.mv.ac.th
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก