ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
sinekfilmizle.com filmizlehell.com
บทความ
แบ่งปัน
ลูกไอแห้ง ไม่มีเสมหะ ไม่มีไข้ เกิดจากอะไรและดูแลอย่างไร ?



ลูกไอแห้ง ไม่มีเสมหะ ไม่มีไข้ เกิดจากอะไรและดูแลอย่างไร 
?


 

อาการไอแห้งๆ ที่ไม่มีเสมหะและไม่มีไข้ร่วมด้วย เป็นปัญหาที่คุณแม่หลายท่านกังวล โดยเฉพาะเมื่อลูกไอเรื้อรังนานเป็นสัปดาห์


ส่วนใหญ่เกิดจากการระคายเคืองของลำคอและทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งอาจมีสาเหตุดังนี้

 

  • ภาวะกรดไหลย้อนแบบเงียบ
  • โรคหลอดลมอักเสบในระยะเริ่มต้น
  • ภูมิแพ้
  • การสัมผัสควันและฝุ่น
  • สภาพอากาศที่แห้งเย็นเกินไป

หากอาการไอเป็นเวลานาน โดยเฉพาะถ้าแย่ลงตอนกลางคืน หรือเกิดจากการที่ลูกวิ่งเล่น อาจเป็นสัญญาณของโรคหอบหืด 3 คุณแม่จึงต้องสังเกตลักษณะการไอและสิ่งกระตุ้นอย่างใกล้ชิด หากลูกยังกินนม ดื่มน้ำ และหายใจปกติโดยไม่มีเสียงวี้ดในลำคอ มักไม่ใช่เรื่องน่ากังวลทันที



วิธีดูแลบรรเทาอาการไอแห้งที่ไม่มีไข้ในลูกน้อยที่ทำได้ที่บ้าน

 

  • ให้ดื่มน้ำสะอาดเพียงพอในทุกวัน
  • ในเด็กที่ยังกินนมแม่อยู่ ให้กินนมแม่ตามปกติเพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
  • ในเด็กโตให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันจากภายใน
  • จัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้สะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสสูดดมฝุ่นและควันบุหรี่
  • ใช้เครื่องทำความชื้นในห้องนอนเพื่อลดอากาศแห้ง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนช่วยซ่อมแซมร่างกายและเสริมภูมิคุ้มกัน
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อากาศเย็นเป็นเวลานาน เพราะอากาศเย็นอาจกระตุ้นการหดตัวของหลอดลม

หากอาการไอแห้งของลูกไม่ดีขึ้น และเริ่มกระทบสุขภาพหรือการนอน คุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อจะได้รับการรักษาที่ถูกต้องตามสาเหตุ



ลูกไอตอนกลางคืน ไม่มีไข้ มีวิธีแก้ลูกไอตอนกลางคืนอย่างไร

 

อาการไอตอนกลางคืนเกิดขึ้นได้บ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็ก สาเหตุเบื้องต้นมักเกิดจากการที่อากาศในห้องนอนมีความแห้งหรือเย็นเกินไป ทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคือง รวมถึงเสมหะหรือน้ำมูกที่ไหลลงคอขณะนอนราบ จากการศึกษาพบว่าน้ำมูกที่ไหลลงคอที่เกิดจากภาวะภูมิแพ้จมูกหรือไซนัสอักเสบ สามารถทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังได้
 

อีกสาเหตุสำคัญที่ต้องระวังคือโรคหอบหืด ซึ่งในทางการแพทย์อธิบายว่าเด็กส่วนใหญ่ที่เป็นหอบหืดจะมีทางเดินหายใจอักเสบหรือบวม ซึ่งมักทำให้เกิดเสียงหายใจวี้ด แต่บางครั้งอาการเดียวที่มีคืออาการไอที่แย่ลงจากการติดเชื้อไวรัส หรืออาการไอที่เกิดขึ้นขณะที่ลูกหลับ 2 คุณแม่จึงควรสังเกตว่าลูกไอกลางคืนพร้อมเสียงวี้ดหรือหายใจลำบากหรือไม่ ถ้ามีร่วมด้วยควรพบแพทย์



วิธีบรรเทาอาการลูกไอตอนกลางคืน ไม่มีไข้

 

  • ทำความสะอาดห้องนอนสม่ำเสมอ จัดของให้เป็นระเบียบ ไม่รก เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี
  • ปรับอุณหภูมิห้องนอนให้อยู่ที่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส ไม่หนาวเย็นจนเกินไป
  • ใช้เครื่องทำความชื้นในห้องนอนหากอากาศแห้ง เพราะอากาศที่มีความชื้นจะช่วยให้เสมหะในจมูกไม่แห้งและทางเดินหายใจไม่แห้ง 1
  • ให้ลูกดื่มน้ำอุ่นเพียงพอก่อนนอน หลีกเลี่ยงน้ำเย็น
  • ยกหัวเตียงของลูกให้สูงขึ้นเล็กน้อยด้วยหมอนหนุนใต้ที่นอน เพื่อช่วยลดการไหลของเสมหะลงคอ
  • ทำความสะอาดผ้าปูที่นอนและตุ๊กตาด้วยน้ำร้อนทุกสัปดาห์ เพื่อกำจัดไรฝุ่น และหลีกเลี่ยงการใช้พรมหรือผ้าม่านหนาในห้องนอน
  • หากลูกมีอาการน้ำมูกร่วม การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือก่อนนอนช่วยลดการไหลของน้ำมูกลงคอ ทำให้ลูกหลับสบายขึ้น

หากไอกลางคืนยังคงเรื้อรังนานเกิน 3 สัปดาห์ หรือเริ่มกระทบการนอนของลูกอย่างชัดเจน ควรพากุมารแพทย์ตรวจหาสาเหตุ



วิธีบรรเทาอาการไอของลูกน้อยเบื้องต้นที่บ้าน


- ดูแลความชื้นในห้อง

 

การจัดความชื้นในห้องเป็นวิธีบรรเทาอาการไอที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพราะอากาศแห้งทำให้เยื่อบุจมูกและลำคอระคายเคือง กระตุ้นการไอ
 

- ให้ลูกดื่มนมหรือน้ำอย่างเพียงพอ
 

การให้ลูกดื่มน้ำหรือนมอย่างเพียงพอเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลเด็กที่ไอ เพราะของเหลวช่วยให้เสมหะเหลวขึ้น ขับออกง่ายขึ้น และลดการระคายเคืองในลำคอ

  • ในเด็กที่ยังกินนมแม่ : คุณแม่ให้ลูกกินนมแม่ตามต้องการ เพราะนมแม่ช่วยทั้งให้น้ำและเสริมภูมิคุ้มกัน
  • ในเด็กโต : ให้ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ น้ำซุปอุ่น หรือน้ำผลไม้เจือจาง
  • เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป : หากลูกอายุเกิน 1 ปี ลองให้ดื่มน้ำมะนาวอุ่นผสมน้ำผึ้ง 3 สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ให้ใช้น้ำผึ้ง 2 ถึง 5 มิลลิลิตร ตามต้องการ เพราะน้ำผึ้งจะช่วยให้เสมหะเหลวลงและคลายอาการไอ


- หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และสิ่งระคายเคือง

 

ฝุ่น ควัน และสิ่งระคายเคืองในสภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยกระตุ้นการไอที่สำคัญในเด็ก จากการศึกษาระบุว่าการสัมผัสควันบุหรี่และมลพิษอื่นๆ เช่น ควันจากการเผาไม้ มลพิษทางอากาศ และไอเสียจากยานพาหนะ สามารถทำให้เกิดอาการไอและอาจทำให้อาการไอที่เกี่ยวข้องกับโรคหอบหืดหรือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้แย่ลง


- จัดท่านอนให้เหมาะสม

 

การจัดท่านอนอย่างเหมาะสมช่วยลดอาการไอตอนกลางคืนของลูกได้ดี เพราะท่านอนราบทำให้เสมหะและน้ำมูกไหลลงคอกระตุ้นการไอ


- ดูแลอุณหภูมิห้องให้สบาย

 

อุณหภูมิห้องที่เหมาะสมช่วยลดการระคายเคืองของทางเดินหายใจของลูก


แนวทางจัดอุณหภูมิห้อง
 

  • ปรับเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส
  • หลีกเลี่ยงการเปิดแอร์เย็นจัดเกินไป เพราะอากาศเย็นจัดอาจกระตุ้นการหดตัวของหลอดลม โดยเฉพาะในเด็กที่เป็นหอบหืด
  • ห้องนอนควรอากาศถ่ายเทดีแต่ไม่มีลมโกรกถูกตัวลูกโดยตรง
  • ในฤดูหนาวให้ลูกใส่เสื้อผ้าอุ่นพอดี ไม่ห่มผ้ามากเกินไปจนทำให้เด็กร้อน เพราะการเหงื่อออกแล้วเจออากาศเย็นอีกครั้งอาจกระตุ้นการไอ

การรักษาอุณหภูมิที่สม่ำเสมอตลอดทั้งคืนช่วยให้ลูกหลับสนิทและลดอาการไอที่กระทบการนอน
 

- สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

การสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลเด็กที่ไอ โดยคุณแม่ควรบันทึกลักษณะการไอของลูกเพื่อช่วยในการประเมินอาการ เช่น
 

  • ลูกไอแห้งหรือมีเสมหะ
  • ไอบ่อยช่วงไหน
  • ไอเสียงดังหรือมีเสียงวี้ด
  • มีไข้หรือน้ำมูกร่วมด้วยหรือไม่
  • ลูกยังคงกินนม ดื่มน้ำ และนอนหลับได้ตามปกติไหม


ทั้งนี้ หากอาการหวัดไม่ได้รบกวนลูก ลูกยังคงร่าเริง เล่นได้ปกติ และนอนหลับสบาย ก็อาจแปลว่าพวกเขายังสบายดี 1 ดังนั้นการสังเกตว่าลูกยังมีกิจวัตรประจำวันเป็นปกติหรือไม่ จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการตัดสินใจว่าควรพาไปพบแพทย์เมื่อไร



เรียบเรียงข้อมูลจาก
https://www.s-momclub.com/

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขาโก่งในเด็ก เกิดจากสาเหตุใด?
ขาโก่งในเด็ก เกิดจากสาเหตุใด?
เด็ก 11 เดือน จำเป็นต้องมีของเล่นไหม?
เด็ก 11 เดือน จำเป็นต้องมีของเล่นไหม?