ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
บทความ
แบ่งปัน
เคล็ดไม่ลับ...กับ 9 วิธีทำชีวิตให้สุขใจรับ...ปีหนู
เคล็ดไม่ลับ...กับ 9 วิธีทำชีวิตให้สุขใจรับ...ปีหนู เมื่อพูดถึงการทำงาน ตลอดปีหมูที่ผ่านมา หลายคนอาจจะสนุกสนานและเพลิดเพลิน กับการทำงานจนดูเหมือนงานจะหมูๆ เหมือนชื่อปี แต่หลายคนก็อาจจะเจอหมูหิน หมูเขี้ยวตัน จนเกิดความเบื่อหน่าย เพราะทั้งปีที่ผ่านมา เราต้องตรากตรำและเหน็ดเหนื่อย กับการทำงานมาตลอด เนื่องจากทุกคน ต้องการให้งานที่ทำนั้นๆ ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ซึ่งอาจจะสำเร็จบ้าง หรือล้มเหลวบ้าง อย่างไรก็ตามในโอกาสปีหนูทองที่จะมาถึงนี้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ อยากจะขอแนะนำให้ท่านได้ทำงานอย่างมีความสุข ด้วยการปฏิบัติตนอย่างง่ายๆ ดังนี้ 

1. เริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม หลังจากหยุดยาว เพื่อไปพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่กันมาแล้ว จงเริ่มด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรกับทุกคน โดยเริ่มจากคนในครอบครัวก่อน แล้วตามมาด้วยเพื่อนฝูง และคนใกล้ตัวในที่ทำงาน เมื่อเรายิ้มให้เขาแล้ว ก็อย่าลืมทักทายด้วยคำพูดที่ไพเราะ เพราะรอยยิ้มถือเป็นด่านแรก ของคำว่ามิตรภาพที่จะประสานสัมพันธ์ไมตรี ให้ยืนยาวต่อไปในอนาคต การทำงานในชีวิตประจำวัน ต้องมีการประสานงานติดต่อกับหน่วยงานอื่น หรือบุคคลภายนอก ที่มาติดต่อกับเรา ถ้าเรามอบรอยยิ้มให้แก่เขาก่อน การติดต่อประสานงานจะราบรื่น และกลายเป็นเรื่องง่าย เนื่องจากรอยยิ้ม จะสะท้อนถึงความเป็นมิตรและจิตใจ ที่ดีของเรา

2. การเปลี่ยนแปลงตัวเอง เมื่อผ่านพ้นเรื่องราวและปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามาจากปีก่อนๆ เราควรเลือกที่จะมุ่งมั่น และตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งความพร้อมในด้านร่างกาย และความพร้อมทางด้านทักษะในการทำงาน เช่น การออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีความสดใส พร้อมที่จะลุยงานหนักของปีหน้า หรือทักษะความรู้ใหม่ๆ จากการเข้าอบรมหลักสูตรฝึกฝนการพูด อบรมภาษาต่างประเทศ และการพัฒนาบุคลิกภาพ เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพของเราให้ดูดี มีเสน่ห์ และรู้จักการวางตัวในสังคม

3. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ คนเราไม่ควรที่จะปล่อยเวลาว่าง ให้เปล่าประโยชน์ เมื่อมีเวลาว่างก็ควรที่จะไขว่คว้าหาความรู้ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ อาทิ การเปิดรับข้อมูลข่าวสาร การเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆ เพราะจะทำให้รู้ความเคลื่อนไหว ความเปลี่ยนแปลงในแวดวงต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาตนเองและพัฒนางานให้ดีขึ้น

4. วางแผนการทำงานใหม่ อาศัยช่วงที่หยุดพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ลองนึกทบทวนว่าการทำงานที่ผ่านมานั้น มีข้อผิดพลาดและข้อดีอะไรบ้าง สิ่งใดที่ไม่ดีก็นำมาแก้ไข แต่ถ้าดีอยู่แล้ว ก็สามารถนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ และลองคิดค้นหาวิธีการทำงานแบบใหม่ เพื่อให้เกิดการคล่องตัว และราบรื่นกว่าที่ผ่านมา นอกจากนี้ ควรที่จะเปิดใจ เพื่อน้อมรับคำแนะนำ การวิพากษ์วิจารณ์ และการประเมินผลการทำงาน จากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน เพื่อนำมาพัฒนาการทำงาน ให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย

5. เข้าวัดปฏิบัติธรรม ธรรมะถือเป็นหนทางไปสู่การดับทุกข์ เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ควรถือโอกาสเข้าวัด ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม เพราะธรรมะทำให้คนรู้จักความอดทน อดกลั้น ข่มใจ ควบคุมอารมณ์ของตนเองให้เยือกเย็น มีสติ เปรียบเสมือนกับการเดินทางสายกลางที่ไม่ตึง หรือหย่อนจนเกินไป ทำให้สามารถที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ของการทำงานให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

6. รู้จักให้อภัย เป็นธรรมดาของการทำงาน ที่ย่อมจะต้องมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นอยู่เสมอ อาจจะเกิดจากตัวเราเอง หรือเพื่อนร่วมงานก็ได้ หากเกิดจากเพื่อนร่วมงานเรา ก็ต้องรู้จักให้อภัย ในทางกลับกันหากข้อผิดพลาดเกิดจากตัวเรา เราก็คงต้องการให้คนอื่นให้อภัยความผิดพลาด ที่เกิดจากเราเช่นกัน ดังนั้น ตัวเราเองก็จะต้องรู้จักปล่อยวาง รู้จักให้อภัยแก่ผู้อื่น เพราะการให้อภัย จะไม่ทำให้เกิดความทุกข์ ไม่ก่อศัตรู แก่ตัวเราเอง และจะทำให้จิตใจของเรา มีความสงบเยือกเย็นมากขึ้นด้วย

7. มอบน้ำใจไมตรี การมอบน้ำใจไมตรีให้แก่ผู้อื่น ถือเป็นการหยิบยื่นโอกาสและสิ่งที่ดีๆ ให้แก่ผู้อื่น โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงานแล้ว ถ้าเรามีน้ำใจแก่ผู้ร่วมงาน ให้ความช่วยเหลือยามที่เขามีปัญหาหรือเดือดร้อน โดยไม่หวังผลตอบแทน เมื่อมีความจริงใจและมอบความรู้สึกดีๆ ให้แก่ผู้อื่น เราก็จะได้รับแต่ความจริงใจ และมิตรภาพจากผู้อื่นเช่นกัน แล้วการทำงาน หรือการติดต่อประสานงานก็จะราบรื่น รวมทั้งบรรยากาศในการทำงาน ก็มีแต่ความสุข

8. การคิดดีทำดี การทำงานทำให้ต้องเจอกับปัญหา ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความเครียด หงุดหงิด โมโห แต่ถ้าในแต่ละวัน ก่อนเริ่มงาน ทำจิตใจให้ดี คิดแต่สิ่งที่ดีๆ และตั้งใจมุ่งมั่นที่จะทำความดีให้แก่ผู้อื่นแล้ว แค่นี้ก็ทำให้จิตใจสดชื่น มีความสุข มีพลังพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆ ได้

9. ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ระบบบริโภคนิยม ทำให้การดำเนินชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป มีการใช้จ่ายเงินกันแบบฟุ้งเฟ้อ สุรุ่ยสุร่ายมากขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความพอประมาณ อันสมดุลกับรายรับ ดังนั้น ในยุคโลกาภิวัตน์ ที่สังคมมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงควรน้อมนำพระราชดำรัส ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชี้แนะแนวทางให้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง เพื่อเตือนสติให้เราสามารถเริ่มต้นการดำเนินชีวิต ในปีใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ คือ ข้อแนะนำที่สามารถปฏิบัติกันได้อย่างง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อการเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการทำงานที่ทุกคนต้อง เผชิญในปีหนู ได้อย่างขยันขันแข็งคล่องแคล่ว ว่องไว และกระฉับกระเฉง เหมือนบุคลิกลักษณะของหนู ก็รับรองว่าจะสามารถรับมือกับปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ให้ผ่านพ้นได้ด้วยความสบายใจ อย่างมีความสุขตลอดปีหนูนี้แน่นอน

  
 ข้อมูลจาก : http://campus.sanook.com
เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ