ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
Sponsors
view all
Banner
view all
Article
Share
ปัญหาสุขภาพ ลูกอมข้าว... ทำไงดี
ปัญหาสุขภาพ ลูกอมข้าว... ทำไงดี ปัญหาของคุณแม่ ที่ต้องดูแลลูกวันซน มักจะเจอปัญหา ลูกอมข้าว กินข้าวยาก คุณแม่ก็จะห่วงสุขภาพของลูก ขาดสารอาหาร วันนี้เราเอาเคล็ดลับเพื่อสุขภาพของลูก ให้เลิกอมข้าวค่ะ 

ปัญหาสุขภาพที่พบมากในเด็กช่วงอายุ 1-3 ขวบคือ เด็กมักจะอมข้าวหรืออมอาหาร ไม่ค่อยเคี้ยวหรือว่าเคี้ยวช้า วันนี้เรามีคำตอบถึงสาเหตุและทางแก้ไม่ให้ลูกของเราติดนิสัยอมข้าวอีกต่อไปค่ะ

เหตุที่เด็กในวัยปฐมวัย (พบมากเมื่อลูกอายุ 1-3 ขวบ) มักจะชอบอมข้าวเอาไว้ในปากนานๆ นั้น มีหลายสาเหตุ แต่โดยมากมักเกิดจากการที่ลูกมักจะห่วงเล่น หรือยังติดกับการดูดอาหาร หรือไม่ได้รับการฝึกการเคี้ยวอย่างถูกต้อง รวมถึงบางครั้งลูกก็มัวแต่สนใจสิ่งรอบตัว (ทั้งของเล่น โทรทัศน์ เสียงรอบข้างต่างๆ ฯลฯ) ทำให้เด็กไม่สนใจในการกินอาหาร เมื่อพ่อแม่ป้อนอาหาร เด็กก็ยังไม่ละความสนใจจากสิ่งต่างๆ จึงอมข้าวไว้ในปากก่อนนั้นเอง เราควรที่จะทำให้สุขภาพจิตของลูกเรามีสมาธิมากขึ้น การอมข้าวก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนค่ัะ ลองมาดูวิธีแก้ไขง่ายๆดังนี้ค่ะ


ขั้นตอนง่ายๆ แก้ไขลูกอมข้าวไว้ในปาก

ฝึกให้ลูกกินอาหารเป็นเวลา พ่อแม่ควรให้ลูกกินอาหารตรงเวลาตามมื้ออาหารปกติ (เช้า กลางวัน เย็น) โดยเมื่อถึงมื้ออาหาร พ่อแม่ควรจะนั่งกินอาหารพร้อมกับลูกบนโต๊ะอาหารด้วย อย่าปล่อยให้ลูกนั่งกินกับพี่เลี้ยง หรือนั่งกินหน้าโทรทัศน์ และพ่อแม่เองก็ควรจะกินข้าวพร้อมกับลูกไปด้วย
  • กะปริมาณให้อาหารพอเหมาะ การตักข้าวให้ลูก หรือส่วนผสมของอาหารควรตัดเป็นชิ้นพอดีคำ เพื่อให้ลูกเคี้ยวได้ง่าย และปริมาณของอาหาร ควรให้แต่น้อย เมื่อลูกกินหมดค่อยเพิ่มทีละนิด โดยเมื่อลูกกินข้าวในจานหมดก็อย่าลืมชมเชยลูกด้วยนะค่ะ
  • ให้ลูกสนุกกับการกิน เพราะลูกจะสนุก และเริ่มมีสุขภาพจิตที่ดีต่ออาหาร พยายามเสริมอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างเช่นผัก ไปในอาหารโปรดลูกด้วยนะคะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://kidshealthandfitness.wordpress.com
ข้อมูลจาก : http://www.108health.com
Article Other
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก
Sponsors
view all
Banner
view all