ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
Sponsors
view all
Banner
view all
Article
Share
สารพันปัญหาเด็ก..ตอน..ไม่ยอมสบตา
สารพันปัญหาเด็ก..ตอน..ไม่ยอมสบตา ทารกเกิดจะจับจ้องมองสิ่งใดได้ไม่นานพอ แต่ถ้าแม่เข้าไปใกล้ ๆ บ่อย ๆ ในระยะ 1 ฟุต คอยเรียก หมั่นพูดคุย ยิ้มและเล่นด้วย โดยเฉพาะพยายามสบตาเด็กให้บ่อย ๆ สุดท้ายจะดึงความสนใจจากเด็กได้ หน้าของแม่ จะเป็นสิ่งที่ทารกให้ความสนใจสูงสุด สนใจยิ่งกว่าปลาตะเพียนที่ห้อยเอาไว้มากมาย จากสบตาได้ 2 วินาที จะค่อย ๆ เพิ่มเป็น 3, 5, 10 วินาที ทารกจะเฝ้ามองดูรายละเอียดของหน้าแม่ (ถ้าแม่ให้โอกาสเข้ามาอุ้ม คุยเล่นบ่อย ๆ)

สาเหตุที่ทารกไม่ยอมสบตา

1. ขาดการกระตุ้นจากผู้ใกล้ชิด ให้แต่นมแต่เด็กถูกละทิ้งไว้กับขวดนม ไม่มีใครเข้ามาเล่นหรือเข้ามาคุยด้วยบ่อบ ๆ 
2. ตาบิดหรือมีความผิดปกติที่ระบบการรับภาพ 
3. มีความบกพร่องในการทำงานของระบบประสาท เช่น จากการขาดอกซิเจน มีความบกพร่องของระบบควบคุมการทำงาน ฯลฯ ทำให้ไม่สามารถรับรู้ เรียนรู้หรือโต้ตอบออกไปได้ 
4. โรคออทิสติก คือโรคที่มีความบกพร่องในการพูด การเข้าสังคม การสบตาและการเรียนรู้ 


วิธีการช่วยเหลือ

1. ตรวจเช็คความสามารถของเด็ก ในกรณีที่เด็กไม่ค่อยยอมมอง จ้องหน้า หรือสบตา แสดงว่าพัฒนาการด้านหนึ่งเริ่มเสียหาย อาจมีพัฒนาการด้านอื่น ๆ เสียหายด้วย โดยที่พ่อแม่คาดไม่ถึง จึงควรตรวจความสามารถของลูกกับสมุดสุขภาพว่ามีด้านอื่นเสียหายด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่แน่ใจควรพบกุมารแพทย์ เพื่อตรวจเช็คพัฒนาการอย่างละเอียด 

2. หาต้นเหตุของปัญหาที่เด็กไม่สบตา ถ้าคิดว่าอาจเกิดจากการที่มีคนเข้าไปเล่น พูดคุยกับเด็กน้อยเกินไป ให้ปรับเปลี่ยนโดยเพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพของคนที่เข้าไปเล่นกับเด็ก เพิ่มการมองหน้าและสบตากับเด็กโดยตรงอย่างเต็มที่ โดยดูจากระยะเวลาที่เด็กตื่น ว่ามีคนเข้าไปคุยด้วยกี่นาทีต่อวัน ยิ่งมากก็จะได้ผลในทางที่ดี แต่ถ้าส่วนใหญ่ เด็กถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวนาน ๆ สุดท้ายจะทำให้พัฒนาการด้านอื่น ๆ เสียหายตามไปด้วย 

ในกรณีที่ทำเต็มที่แล้ว และไม่ดีขึ้น กรุณาไปพบกุมารแพทย์ เพื่อตรวจเช็คสายตา และระบบประสาท รวมทั้งตรวจพัฒนาการของเด็กอย่างละเอียด ขอความช่วยเหลือในการฝึกจากทีมงานสาธารณสุข เช่น นักกระตุ้นพัฒนาการ นักฝึกพูด เป็นต้น

สารพันปัญหาเด็ก 
พ.ญ. วินัดดา ปิยะศิลป์
  
ข้อมูลจาก : http://www.clinicdek.com
Article Other
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก
Sponsors
view all
Banner
view all