ลงทะเบียนเข้างาน
Mobile number
e-mail
Sponsors
view all
Banner
view all
Article
Share
เมื่อไหร่จะมีลูกคนที่สอง
เมื่อไหร่จะมีลูกคนที่สอง ความพร้อมของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง มีส่วนสำคัญมากในการตัดสินใจที่จะมีลูกคนที่สอง อย่าลืมว่า ลูกคนแรกยังเป็นเด็ก ยังต้องการความรักและการเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องดังนั้นก่อนที่คุณจะมีลูกคนที่สอง ควรมั่นใจว่าการมีลูกคนที่สองจะไม่มีผลกระทบต่อการเลี้ยงดูลูกคนแรก บ่อยครั้งที่พ่อหรือแม่ของเด็กมาเล่าให้ฟังว่า “ลูกคนโตหมู่นี้ดื้อมาก เคยช่วยตัวเองได้หลายอย่าง เดี๋ยวนี้ทำอะไรไม่ได้” หรือ “ลูกคนโต หันกลับมาดูดขวดนมอีก” ความจริงจะมีลูกคนที่สองเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเข้าใจความรู้สึกของลูกคนแรก มีเวลาให้แก่ลูกคนแรงและให้การดูแลเท่าเทียมกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วทำได้ยาก เพราะขณะที่อุ้มลูกคนเล็ก คนพี่ก็อยากให้อุ้ม คุณอาจจะอุ้มทั้งสองคนไม่ไหว ถ้าพ่ออยู่ก็อาจจะช่วยเหลือได้ คนพี่เห็นน้องดูดนมจากขวดบนตักแม่ คนพี่อยากนอนบนตักแม่บ้าง เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้จะลดน้อยลงถ้าคนพี่มีอายุย่างเข้า 4 ปี ขณะคลอดน้องและระหว่างตั้งครรภ์ ควรพยายามโน้มน้าวให้แก่คนพี่ฟังเสมอว่าต่อไปครอบครัวเราจะมีพี่น้อง 2 คน ไปไหนมาไหนด้วยกัน และเมื่อคลอดน้องออกมาใหม่ๆ ควรให้พี่มาช่วยดูแลน้องบ้าง อาจจะทิ้งห่างการมีลูกคนที่สองเมื่อคนพี่มีอายุระหว่าง 1-3 ปี ทั้งนี้เพราะว่าเด็กในช่วงนี้มักจะมีนิสัยขี้อิจฉาและดื้อเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าผ่านพ้นช่วงนี้ได้ ปัญหาเรื่องน้องคงจะลดน้อยลง แต่ทั้งหมอนี้ยังขึ้นกับอุปนิสัยส่วนตัวของคนพี่เป็นสำคัญซึ่งอุปนิสัยส่วนตัวนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่บางคมดีโดยเนื้อมาแต่กำเนิด หรือบางคนก็ดื้อหรือซนมากมาแต่กำเนิด จึงควรหมั่นสังเกตอุปนิสัยของลูกเป็นคนๆ ไป
  
 ข้อมูลจาก : http://www.maedek.net/detail_tip.php?case_id=113&type_id=1&cate_id=1
Article Other
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
คุณควรทำอย่างไร หลังจากแผดเสียงใส่ลูก
เชื่อว่ามีแม่น้อยคนนักที่จะไม่เสียงดังใส่ลูกน้อย โดยเฉพาะแม่ที่เลี้ยงลูกเองแบบเต็มเวลา ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา ก็ต้องมีสติหลุดกันไปบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังจากเราแผดเสียงใส่ลูกไปแล้ว คุณแม่ ๆ จะทำอย่างไร จะใช่สิ่งเหล่านี้หรือเปล่า
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกๆ ของคุณดีขึ้น
คำถามที่ลูกชายอยากให้คุณถามเธอ และ คำถามที่ลูกสาวอยากให้คุณถามเธอ
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
นิสัยของแม่ที่ลูกจะซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน
การสอนลูกมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การกระทำของคุณ ลูกจะทำตามคุณแม้คุณไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอก ดังคำที่ว่า การกระทำสำคัญกว่าการพูด ฉะนั้น คุณแม่ต้องระมัดระวังและต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก
Sponsors
view all
Banner
view all